แย็กเลเซอร์ Archives - The Phu Bangkok clinic https://thephubangkokclinic.com/category/แย็กเลเซอร์/ คลินิกเวชกรรมความงาม และ เลเซอร์ที่ บริการเกี่ยวกับ การดูแลผิวหนัง ปรับรูปหน้า โดยใช้ผลิตภัณฑ์และเลเซอร์ชั้นนำระดับโลก Thu, 23 Nov 2023 09:33:16 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.6.1 https://thephubangkokclinic.com/wp-content/uploads/2023/06/The-Phu-bangkok-clinic-คลินิกเวชกรรมความงาม-150x150.webp แย็กเลเซอร์ Archives - The Phu Bangkok clinic https://thephubangkokclinic.com/category/แย็กเลเซอร์/ 32 32 แว๊กซ์ขนมีกี่แบบ? ทำแล้วดีไหม? https://thephubangkokclinic.com/how-many-types-hair-wax/ Thu, 28 Sep 2023 08:28:24 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=8627 แว๊กซ์ขนมีกี่แบบ? ทำแล้วดีไหม?

The post แว๊กซ์ขนมีกี่แบบ? ทำแล้วดีไหม? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
แว๊กซ์ขนมีกี่แบบ? ทำแล้วดีไหม?

แว๊กซ์ขนมีกี่แบบ การแว๊กซ์ขนถือเป็นวิธีการกำจัดขนที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ช่วยกำจัดลึกถึงรากขน ทำให้ขนที่ขึ้นมาใหม่ได้ช้าลง สามารถทำได้ตลอดเวลาที่ต้องการและราคาไม่แพงมาก ทำได้ทุกบริเวณที่ต้องการ โดยมักนิยมแว็กซ์ขนขาและบริเวณบิกินี่ไลน์

แว๊กซ์ขนมีกี่แบบ ?

แว็กซ์กำจัดขนแบบลอกออก (Hard Wax)

แว็กซ์แบบลอกออก เป็นแว็กซ์ที่เป็นของเหลว เมื่อเซ็ตตัวคงที่แล้วจะกลายเป็นของเหลว เมื่อได้ที่แล้วก็ดึงแว็กซ์ออก ขนก็จะติดตามแว็กซ์มาด้วย โดยก่อนการนำมาใช้จะต้องนำแว็กซ์ไปอุ่นในภาชนะที่ต้องการเพื่อให้เนื้อแว็กซ์หลอมจนเหลว แล้วนำมาทาบนเส้นขนบริเวณที่ต้องการแว็กซ์ เมื่อได้ที่ก็ดึงออกได้เลยโดยไม่ต้องใช้ผ้า

เพราะแว็กซ์ประเภทนี้จะสามารถเกาะติดบนเส้นขนได้ดี จนไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าหรืออุปกรณ์อื่นในการช่วยดึงเหมาะสำหรับการกำจัดขนในบริเวณที่แคบและขนเส้นหนา ใช้ได้แม้ในจุดที่บอบบาง และสามารถใช้ซ้ำบริเวณที่เดิมได้เพื่อให้มั่นใจว่าขนทั้งหมดได้ถูกกำจัดออกโดยไม่ทำลาย หรือก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง เนื่องจากการใช้ผ้าแว็กซ์หรือกระดาษแว็กซ์ในการกำจัดขนนั้นมักลอกผิวหนังชั้นบนขึ้นมาด้วย ซึ่งมีผลทำให้ผิวหนังลอกกลายเป็นสีแดงหลังการกำจัดขน

แว็กซ์กำจัดขนแบบนุ่ม (Soft Wax)

แว็กซ์นี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กับแว็กซ์แบบแข็ง แต่ชนิดเมื่อมีการเซ็ตตัวแล้วจะไม่แข็ง และยังมีสัมผัสเปียกๆ อยู่ จึงไม่สามารถใช้มือหยิบขึ้นมาเหมือนกับแว็กซ์แบบแข็ง จึงต้องใช้ผ้าหรือกระดาษแนบลงแว็กซ์เพื่อดึงขนขึ้นมา วิธีการใช้งานก็นำตัวแว็กซ์ไปอุ่นให้เหลวแล้วจึงนำมาใช้งาน แต่ต้องใช้อุปกรณ์ในการดึง สามารถใช้ได้ทุกบริเวณของร่างกายไม่ว่าจะเป็นขา, แขน, รักแร้, บิกินี่ แต่ Soft Wax นี้จะค่อนข้างทารุณผิวเล็กน้อยเนื่องจากต้องดึงผ้าออกจากผิวมาแรงประมาณหนึ่งถึงจะเอาขนออกมาได้

การแว็กซ์ขน เป็นวิธีกำจัดขนที่ดีไหม?

การแว็กซ์ขน เป็นการกำจัดขนแบบไม่ถาวร คือสามารถกำจัดขนได้ถึงรากถึงโคนได้ในทีละมากๆ และยังสามารถทำให้ขนที่ขึ้นใหม่บางลง และลดการเกิดขนลงหลังจากการทำไปได้ประมาณ 3 – 4 ครั้ง นอกจากนั้นยังคงความเนียนแบบไร้ขนได้ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้สามารถตัดวงจรการเกิดขึ้นขนใหม่ได้ และความรู้สึกขณะทำยังเจ็บมาก (แต่ยังทนได้) มีความเสี่ยงในการทำร้ายผิว แต่ในปัจจุบันก็มีวิธีและเทคนิคที่ทำให้การแว็กซ์ขนไม่ทรมาน ไม่เจ็บเท่าที่ควรแล้ว การแว็กซ์ขนถือว่าเป็นวิธีที่กำจัดขนที่ดี ช่วยให้ขนหายไปถึงรากและขึ้นช้า ในราคาที่เอื้อมถึงได้

ความเสี่ยงที่มากับการแว็กซ์ขน

การแว็กซ์ขนเป็นวิธีที่เหมาะในการกำจัดขนและปลอดภัย ถ้าหากเราเลือกร้านที่รับบริการที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย แต่ถ้าหากตรงกันข้ามนั้น มาดูกันว่าเราจะเจอกับอะไรบ้าง

เกิดบาดแผลโดยไม่รู้ตัว

อย่างที่รู้กันว่าการแว็กซ์ขนคือการดึงแว็กซ์ออกมาเพื่อให้ขนออกมาแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งตัวขนนั้นก็จะหลุดออกมาจากรูขุมขนจนเห็นเป็นรูออกมา ในขณะที่เรากำลังดึงนั้น ถ้าหากเราดึงผิดวิธี หรือดึงไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดการฉีกขาดของปากรูขุมขน ทำให้อักเสบ มีผิวหนังหลุดออกมา เกิดเป็นแผลได้

ขนคุด

ถึงแม้ว่าการแว็กซ์ขนจะสามารถกำจัดขนได้ถึงราก แต่ถ้าหากแว็กซ์บ่อยจนเกินไป จะทำให้เกิดการอักเสบของรูขุมขนและผิวหนัง เมื่อร่างกายซ่อมแซมตัวเองจะทำให้รูขุมขนอุดตัน เมื่ออุดตันแล้วขนที่งอกมาก็ใหม่ก็ไม่สามารถขึ้นมาตามแนวรูขุมขนได้ จึงกลายเป็นขนคุดในที่สุด

มีโอกาสติดเชื้อ

เมื่อแว็กซ์ผิดวิธี ก็จะทำให้เกิดบาดแผลขึ้น และเกิดการอักเสบ ถ้าหากไม่รีบทำการรักษา ก็อาจจะทำให้ผิวมีการติดเชื้อจากแบคทีเรีย จะทำให้บาดแผลอักเสบรุนแรง จนกลายเป็นรอยตำหนิบนแผลที่ต้องรักษา

สรุป

การแว็กซ์ขนนั้นมี 2 แบบใหญ่ๆ ได้แก่ แว็กซ์แบบแข็ง และแว็กซ์แบบนุ่ม ซึ่งทั้งสองแบบก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก ต่างกันแค่วิธีการดึงขนออกมาเท่านั้น ซึ่งสามารถดึงขนออกมาได้ลึกถึงรากถึงโคน และทำให้ขนขึ้นช้าลง แต่ไม่สามารถตัดวงจรการเกิดขนเหมือนกับการทำ เลเซอร์ขน YAG เพราะนอกจากจะกำจัดขนได้แล้วยังสามารถตัดวงจรการเกิดขนได้ในอนาคต เมื่อทำหลายครั้ง ขนก็จะไม่กลับมาขึ้นอีก เป็นการยิงเลเซอร์ขนแบบถาวร

The post แว๊กซ์ขนมีกี่แบบ? ทำแล้วดีไหม? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
6 ทริคดูแลผิวหลังโกนขน ถ้าไม่ทำผิวพังไม่รู้ตัว https://thephubangkokclinic.com/6-trick-care-skin/ Thu, 28 Sep 2023 07:20:55 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=8605 6 ทริคดูแลผิวหลังโกนขน ถ้าไม่ทำผิวพังไม่รู้ตัว

The post 6 ทริคดูแลผิวหลังโกนขน ถ้าไม่ทำผิวพังไม่รู้ตัว appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
6 ทริคดูแลผิวหลังโกนขน ถ้าไม่ทำผิวพังไม่รู้ตัว

6 ทริคดูแลผิวหลังโกนขน ในช่วงเวลาที่เร่งด่วน ต้องการกำจัดขนขาในทันที ไม่สามารถไปรอคิวทำเลเซอร์ได้แล้วนั้นต้องพึ่งการโกนขนอยู่แล้ว ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าถึงการโกนขนมันจะง่ายและสะดวก แต่มันก็มีความเสี่ยงที่ทำให้ผิวพังตามมาได้ ดังนั้น เราจึงต้องดูแลผิวหลังโกนขน เพื่อรักษาสภาพผิว และป้องกันขนคุดที่เกิดขึ้น

6 ทริคดูแลผิวหลังโกนขน

6 ทริคดูแลผิวหลังโกนขน ทำความสะอาดผิวบริเวณที่โกนให้สะอาด

ก่อนทำการโกนขน เราต้องมีการใช้ครีมกำจัดขนเข้ามาช่วยเพื่อให้เราสามารถโกนขนได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดบาดแผล และป้องกันการเกิดขนคุดในอนาคต ดังนั้นเวลาโกนขนเสร็จจะมีขนติดมากับตัวครีม และครีมก็ติดตามขาด้วย ดังนั้นเราจึงต้องล้างครีมกำจัดขนนี้ออกให้หมดจด แนะนำให้ล้างด้วยน้ำเย็น(ถ้าไม่มีก็น้ำอุณหภูมิปกติก็ได้) เพราะน้ำเย็นจะช่วยปลอบประโลมผิวจากการถูกใบมีด และช่วยกระชับรูขุมขน และต้องล้างออกอย่างอ่อนโยน เพราะผิวที่เพิ่งผ่านการโกนขนมาจะมีความบอบบางมาก และต้องทำการเช็ดให้สะอาดแห้งสนิท

บำรุงผิวด้วยโลชั่นหรือเบบี้ออยล์

หลังจากที่ทำความสะอาดหลังการโกนขาจนเรียบร้อยแล้ว ก็ตามด้วยการบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์หลังโกนขนโดยเฉพาะที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยให้ลดการเกิดขนคุด เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตัน หรือถ้าไม่มีผลิตภัณฑ์ ก็สามารถใช้โลชั่นหรือออยล์ที่เรามีติดบ้านไว้ได้เช่นเดียวกัน

ขัดผิว/สครับผิว

หลังจากผ่านช่วงโกนขนไปได้ 1 – 2 วัน ก็แนะนำให้สครับผิวในบริเวณที่โกนขน เพราะเมื่อขนหาย รูขุมขนอาจจะยังเปิดอยู่ อาจมีโอกาสที่เซลล์ผิวที่ตายหรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันในรูขุมขน เป็นสาเหตุของการเกิดขนคุด และสิวเสี้ยนตามมาได้ การสครับผิวก็จะช่วยกำจัดทั้งเซลล์ผิวที่ตายและสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากผิวไป อีกทั้งยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม น่าสัมผัสอีกด้วย

งดการใช้สบู่ก้อน

ในช่วงที่เราโกนขนใหม่ๆ ผิวของเราจะมีความบอบบาง ง่ายต่อการระคายเคือง เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น ยิ่งถ้าเราไปใช้สบู่ก้อนที่ล้างความชุ่มชื่นออกจากผิวเราไปหมดเลย ก็จะยิ่งเป็นผลเสียต่อผิวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นแล้วขณะอาบน้ำ แนะนำให้ใช้สบู่เหลวไปก่อน

ทำความสะอาดมีดโกนหลังใช้

อาจจะไม่เกี่ยวกับผิวโดยตรง แต่ก็อยากให้ดูแลไปจนถึงอุปกรณ์ในการกำจัดขน เพราะมันจะมีผลไปจนถึงการใช้งานในครั้งถัดไป ถ้าปล่อยให้อุปกรณ์สกปรก ไม่ได้ดูแลทำความสะอาดมีดโกนหลังใช้ ก็จะมีการสะสมของแบคทีเรีย และสิ่งสกปรกที่ติดมาระหว่างการโกน เพราะเมื่อเวลาเราโกนขน มันไม่ได้มาแค่ขน แต่ยังมาพร้อมกับเซลล์ผิวที่ตายและสิ่งสกปรกด้วย หากทำการล้างน้ำลวก ๆ คงไม่สะอาดเท่าที่ควร การหยิบมาใช้งานในครั้งถัดไปอาจจะมีความเสี่ยงกับผิวมาก ดังนั้นควรใช้น้ำยาสำหรับล้างอุปกรณ์โดยเฉพาะในการล้างทำความสะอาดมีดโกนด้วย

เปลี่ยนใบมีดโกน

ตัวที่โกนขน เมื่อเราใช้งานมาสักพักนึง ต่อให้ทำความสะอาดบ่อยแค่ไหนก็จะมีความสกปรกมากอยู่ดี ด้วยความที่อุปกรณ์นี้เราเก็บไว้อยู่ในห้องน้ำ มันก็จะมีเชื้อโรคแบคทีเรียปนเปื้อนอยู่แล้ว ที่สำคัญ ใบมีดนั้นยิ่งใช้ก็ยิ่งทื่อ ความคมลดลง ประสิทธิภาพการกำจัดขนก็จะลดลง ดังนั้น เราควรจะหมั่นเปลี่ยนตัวใบมีดใหม่อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อความสะอาดและความคมของใบมีด

สรุป

เป็นยังไงบ้างกับทริคในการดูแลผิว ซึ่งที่เรานำมาไม่ได้มีแค่การดูแลผิวเท่านั้นแต่ยังหยิบยกเรื่องอุปกรณ์ในการดูแลผิวมาด้วย เนื่องจากเราเห็นว่าใบมีดก็เป็นสิ่งที่จะมาสัมผัสผิวของเรา ดังนั้น เราจึงควรดูแลทั้งผิวและอุปกรณ์กำจัดขนให้ดี หรือถ้าหากไม่อยากมายุ่งดูแลให้วุ่นวายปวดหัว แนะนำให้วางแพลนเพื่อไปใช้การเลเซอร์กำจัดขน YAG LASER เมื่อได้เจอแล้วก็จะลืมมีดโกนไปได้เลย เพราะตัวเลเซอร์ YAG นี่สามารถกำจัดขนได้จนถึงต้นตอ ให้ขนหายออกไปอย่างถาวร และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผิวหนัง เช่น ขนคุด หนังไก่ หรือริ้วรอยต่าง ๆ

The post 6 ทริคดูแลผิวหลังโกนขน ถ้าไม่ทำผิวพังไม่รู้ตัว appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิว จากปัญหา รักแร้ดำ ผิวหนังไก่ https://thephubangkokclinic.com/tips-rejuvenating-skin/ Thu, 28 Sep 2023 06:43:13 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=8582 เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิวจากปัญหา รักแร้ดำ ผิวหนังไก่

The post เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิว จากปัญหา รักแร้ดำ ผิวหนังไก่ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิว จากปัญหา รักแร้ดำ ผิวหนังไก่

เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิว รักแร้ดำ ผิวหนังไก่ จะยกแขนหรือใส่เสื้อแขนกุดก็ไม่กล้า เพราะรักแร้ดำ แถมผิวยังเป็นตุ่มหนังไก่อีก ต้นเหตุมาจากหลายปัจจัยทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมไปถึงการกำจัดขนแบบทั่วไปที่ทำร้ายผิว นำไปสู่ปัญหาของผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน บั่นทอนความมั่นใจอย่างมาก เพื่อทวงคืนรักแร้กระจ่างใส เรียบเนียน เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีวิธีแก้ไขปัญหาผิวใต้วงแขนได้อย่างไรบ้าง พร้อมรู้สาเหตุของการเกิดปัญหารักแร้ดำ ผิวหนังไก่ จะได้ป้องกันไว้ตั้งแต่ต้น

เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิว จากสาเหตุของ รักแร้ดำ ผิวหนังไก่

สาวๆ หนุ่มๆ รู้ไหมคะ ว่าปัญหาผิวพรรณบริเวณรักแร้นั้นไม่ว่าจะเรื่องของความหมองคล้ำ ผิวหนังไก่ ปัญหาขนคุด ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุมาจากเรื่องใกล้ตัวมาก ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

ปัจจัยจากการกำจัดขนผิดวิธี เรามักจะกำจัดขนด้วยวิธีการโกน ถอน หรือแว๊กซ์ เพราะทำได้ง่าย แต่รู้หรือไม่คะว่านั่นเป็นวิธีการกำจัดขนที่ทำร้ายผิวได้เป็นอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง ผิวอักเสบ ผิวแดง ผิวถลอก เป็นต้น มื่อเกิดขึ้นบ่อยๆ จะส่งผลให้ผิวบริเวณใต้วงแขนเกิดความหมองคล้ำขึ้นได้ นอกจากนั้นการดึงหรือกระชากขน จะทำให้เนื้อเยื่อหลุดออกมาเกิดการอุดตันกลายเป็นตุ่มๆ คล้ายหนังไก่ หากรากขนไม่หลุดออกมาแต่เส้นขนขาดก็จะนำไปสู่ปัญหาขนคุดตามมาได้ด้วยค่ะ

ปัจจัยจากการเสียดสีของผิว อีกปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องของผิวหมองคล้ำใต้วงแขน คือ การเสียดสี ในรายที่มีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ มีไขมันสะสมมาก จะทำให้ผิวเกิดการเบียดและเสียดสีได้มากกว่า จึงเกิดเป็นปัญหารักแร้ดำขึ้นได้

ปัจจัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทารักแร้ ตัวช่วยระงับกลิ่นกายและรักแร้ขาวที่หลายคนนิยมใช้ อยากให้ลองดูส่วนผสมกันดีๆ นะคะ เพราะถ้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารกันเสีย เป็นต้น จะส่งผลทำให้ผิวใต้วงแขนเกิดการระคายเคือง จึงทำให้เกิดปัญหาความหมองคล้ำบริเวณผิวใต้วงแขน

ปัจจัยจากการทำความสะอาดไม่ดี รักแร้คือมุมที่เกิดความอับชื้นได้ง่าย เป็นจุดที่มีต่อมเหงื่อเยอะ ดังนั้นหากทำความสะอาดไม่ดีจะทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย สิ่งสกปรก รวมถึงเซลล์ผิวเก่าที่หลุดออกไม่หมด ทำให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำและกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาได้

รักแร้ดำ ผิวหนังไก่ แก้ไขอย่างไร?

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวหนังไก่ ขึ้นกับใต้วงแขนสุดเลิฟของเรา ไปดูวิธีแก้ปัญหากันดีกว่าค่ะ เพื่อที่จะสามารถฟื้นฟูผิวใต้วงแขนให้กลับคืนความสดใส เรียบเนียน พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นได้อีกด้วย

สครับหรือขัดผิว การสครับผิวจะข่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ดีมากขึ้น ทั้งยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออกไปอีกด้วย ทำให้ผิวกระจ่างใส เรียบเนียนมากขึ้น แนะนำให้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง กำลังดีค่ะ อย่าขัดแรงมากเกินไปนะคะ เอาแบบพอดีๆ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ยิ่งทำให้เกิดความหมองคล้ำมากขึ้นไปอีก

มาส์กรักแร้ อีกตัวช่วยให้ผิวใต้วงแขนกระจ่างใส เนียนนุ่ม ไม่หมองคล้ำ ผิวเรียบเนียน โดยมีด้วยกันหลายสูตรสามารถเลือกสูตรที่ชอบได้เลย แต่อย่าลืมดูส่วนผสมต้องไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสียนะคะ

เลือกใช้โรลออนที่อ่อนโยนต่อผิว หากใครขาดโรลออนไม่ได้ แนะนำให้เลือกสูตรที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ผสมน้ำหอม ไม่ผสมแอลกอฮอล์ และไม่ผสมสารกันเสีย ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้รักแร้ดำมากยิ่งขึ้นไปอีก ผิวแห้งกร้าน ไม่เรียบเนียน

หลีกเลี่ยงการกำจัดขนแบบเดิม งดได้งดเลยนะคะสาวๆ กับการโกนขน ถอนขน หรือแว๊กซ์ขน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวหนังไก่ หรือขนคุด บริเวณรักแร้ขึ้น

หากรักแร้กระจ่างใส เรียบเนียน จะช่วยเพิ่มความมั่นใจกล้าที่จะสนุกกับการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเลิกกำจัดขนแบบเดิมก้ไม่รู้จะพึ่งพาวิธีไหน เราขอแนะนำ Yag Laser เลเซอร์กำจัดขนถาวร ทางเลือกที่ถือว่าดีที่สุดและได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถกำจัดเส้นขนได้ถึงราก ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เรียบเนียนมากขึ้น หลังทำขนจะเส้นบาง สีขนอ่อนลง และขนจะเริ่มขึ้นช้า หากทำต่อเนื่องขนจะไม่กลับมาขึ้นอีก นอกจากนั้นยังช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่นตัวได้อีกด้วย หลังทำเลเซอร์กำจัดขนถาวรไม่ต้องพักฟื้น ผิวไม่เบิร์น ไม่ช้ำ ไม่เกิดแผล กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งเลเซอร์ขนสามารถทำได้หลายจุดในร่างกายหากต้องการดูแลผิวพรรณให้เนียนใส ไร้ขน สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมที่ The Phu Bangkok Clinic ได้เลยนะคะ ที่นี่ใช้เครื่องเลเซอร์ที่เป็นเครื่องแท้ ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงมั่นใจในเรื่องของผลลัพธ์ที่ดีหลังทำ และความปลอดภัย

The post เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิว จากปัญหา รักแร้ดำ ผิวหนังไก่ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ผิวหนังไก่ เกิดจากอะไร? แก้ไขได้ไหม? https://thephubangkokclinic.com/what-causes-chicken-skin/ Mon, 25 Sep 2023 08:14:58 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=8169 ผิวหนังไก่ เกิดจากอะไร? แก้ไขได้ไหม?

The post ผิวหนังไก่ เกิดจากอะไร? แก้ไขได้ไหม? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
what causes chicken skin ผิวหนังไก่ เกิดจากอะไร

ผิวหนังไก่ เกิดจากอะไร ปัญหาผิวอีกหนึ่งอย่างที่สาวๆ มักกังวลคือปัญหาผิวหนังไก่ ที่ทำให้ผิวดูหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน เห็นเป็นจุดแดงๆ แต้มไปทั่วทั้งร่างกาย จะหยิบเสื้อผ้าสวยๆ มาใส่ก็ไม่กล้า ความมั่นใจที่เคยมีก็หายไป แต่ไม่ต้องกังวลไป ไม่ใช่ว่าผิวหนังไก่รักษาไม่ได้ เพียงเราต้องรู้สาเหตุการเกิดและแก้ไขมันอย่างถูกต้อง

what causes chicken skin ผิวหนังไก่ คืออะไร

ผิวหนังไก่ คืออะไร

ผิวหนังไก่ เกิดจากอะไร ผิวหนังไก่ คือ ภาวะที่ผิวหนังมีลักษณะคล้ายผิวหนังไก่ที่ถูกถอนขนออกไป หรือถ้าเรียกกันในภาษาคุ้นปากก็คือขนคุดนั่นแหละ เมื่อสัมผัสไปยังบริเวณผิวหนังไก่ก็จะรู้นูนๆ สากๆ เหมือนมีตุ่มๆ อยู่บนผิวหนัง ซึ่งจะเป็นแค่ลักษณะภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เกิดอาการคันหรืออาการเจ็บแต่อย่างใด ก่อให้เกิดความรำคาญเท่านั้นไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด

สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวหนังไก่

ผิวหนังไก่ หรือ ขนคุด ผิวหนังไก่ เกิดจากอะไร เกิดจากความผิดปกติของการสะสมเคราตินในผิวหนังแล้วมันไปอุดตันตามรูขุมขน โดยเคราตินนั้นเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เซลล์ผิวหนังสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันสารอันตรายและป้องกันผิวหนังติดเชื้อ แต่เมื่อถูกผลิตอย่างผิดปกติจึงทำให้เคราตินนี้ไปอุดตันที่ทางออกของรูขุมขน จึงทำให้ขนงอกออกมาไม่ได้ กลายเป็นขนคุดอยู่ใต้ผิวหนัง เราจึงเห็นเป็นตุ่มนูนขึ้นมาคล้ายกับหนังไก่

ซึ่งการสะสมเคราตินที่ผิดปกตินี้ยังไม่มีคำตอบว่าทำไมถึงเกิดขึ้น ซึ่งมีการสันนิษฐานกันเอาไว้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ หรือสัมพันธ์กับโรคทางผิวหนัง

พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดผิวหนังไก่

นอกจากปัจจัยจากร่างกายที่ผิดปกติแล้ว พฤติกรรมของเราก็สามารถทำให้เกิดผิวหนังไก่ได้ อย่างการโกน ถอน แว็กซ์ขน เป็นพฤติกรรมหลักที่ทำให้เกิดผิวหนังไก่ เพราะเมื่อเราโกนถอนแว็กซ์ขน จะส่งผลให้รูขุมขนขยายตัวใหญ่ขึ้น เวลาที่เราใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือมีเหงื่อ ก็จะมีโอกาสเข้าไปอุดตันรูขุมขน และกลายเป็นผิวหนังไก่ได้ในที่สุด

แนวทางการป้องกันการเกิดผิวหนังไก่

หลีกเลี่ยงการถอนโกนแว็กซ์ขน : พฤติกรรมดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นการทำร้ายผิวหนังอย่างรุนแรง เพราะว่าเป็นการใช้แรงดึงเส้นขนขึ้นมาจากผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดการอักเสบ และเกิดรูขุมขนขนาดใหญ่บริเวณผิวหนัง ซึ่งอาจก่อให้เกิดผิวหนังไก่ได้

งดการแกะเกาบริเวณขนคุด : ขนคุดก็เปรียบเสมือนสิว ยิ่งเข้าไปบีบเกากด ก็จะยิ่งทำร้ายผิวมากกว่าเดิม เกิดเป็นรอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดง แทนที่จะได้รักษา กลับทำให้รุนแรงมากกว่าเดิม

ดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นเสมอ : คนที่มีผิวแห้ง มักจะมีโอกาสเกิดผิวหนังไก่มากกว่า ดังนั้นเราควรดูแลบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยแนะนำใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์หรือสารเคมีเร่งผลลัพธ์ เหมาะสมกับสภาพผิว

วิธีการรักษาผิวหนังไก่

ถอนขนคุด

การถอนขนคุดสามารถทำได้ถ้าหากทำด้วยวิธีที่ถูกต้องไม่ทำร้ายผิว เพราะว่าเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุด โดยการใช้แหนบหนีบเส้นขนที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังให้โผล่ออกมาแล้วดึงออก แต่ต้องทำด้วยความเบามือมากๆ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผิวอักเสบ มีรอยแผลได้

ใช้ครีมรักษา

ในปัจจุบันมีครีมที่สามารถสลายขนคุดได้ โดยครีมที่ใช้จะเป็นครีมที่มีส่วนผสมของ AHA BHA หรือกรดซาลิไซลิก ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และสลายเคราตินจากผิวให้หายไป จะช่วยให้อาการขนคุดดีขึ้น ซึ่งการใช้ครีมจะเป็นการรักษาที่ใช้ระยะเวลา เพราะเซลล์ผิวจะค่อยๆ ผลัดออกไปแล้วฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ

สครับผิว

การสครับผิวนั้นถือเป็นการผลัดเซลล์ผิวอย่างหนึ่ง ช่วยให้เคราตินที่อุดตันรูขุมขนจนเกิดเป็นขนคุดนั้นออกไป อีกทั้งยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวได้ด้วย แต่ต้องอย่างเบามือไม่รุนแรง มิเช่นนั้นอาจเกิดผลเสียต่อผิวได้

ใช้เลเซอร์

การใช้เลเซอร์ เป็นวิธีการรักษาขนคุด ผิวหนังไก่ได้ดีที่สุด เพราะทั้งปลอดภัย อ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว และสามารถกำจัดเส้นขนได้ถึงรากโคน ตัดวงจรการเกิดขนได้หมดจด เนื่องจากความร้อนจากพลังงานเลเซอร์จะเข้าไปจับกับรากของเส้นขน เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตและฝ่อตัวลง จากนั้นเส้นขนก็จะค่อยๆ หลุดร่วง ไม่งอกขึ้นมาอีก(หรือขึ้นน้อยมาก)

สรุป

ผิวหนังไก่ หรือ ขนคุด เกิดจากเส้นขนที่ไม่สามารถงอกขึ้นมาได้เพราะมีการอุดตันที่รูขุมขน จึงกลายเป็นตุ่มนูนขึ้นมา ก่อให้เกิดความรำคาญ และไม่สบายตาได้ แม้ไม่ใช่โรคร้ายที่เป็นอันตราย แต่ก็ควรรับการรักษาเพื่อให้ผิวกลับมาเรียบเนียนสวยได้อีกครั้ง ซึ่งวิธีที่ได้ผลและไม่มีผลข้างเคียง คือ YAG Laser เป็นเลเซอร์ที่เหมาะสำหรับการกำจัดขน มีคลื่นแสงที่ยาวมากจึงลงไปกำจัดรากขนได้ลึกกว่า ปลอดภัย ไม่เสี่ยงผิวไหม้ด้วย ช่วยปรับให้ผิวเรียบเนียน จบปัญหาผิวหนังไก่ มีแต่ผิวสวยใสเรียบเนียนเท่านั้น

The post ผิวหนังไก่ เกิดจากอะไร? แก้ไขได้ไหม? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ทำไมต้องกำจัดขนด้วย Yag Laser แย็กเลเซอร์กำจัดขนดีกว่าจริงไหม? https://thephubangkokclinic.com/yag-laser-hair-removal/ Thu, 17 Aug 2023 10:49:50 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=3249 ทำไมต้องกำจัดขนด้วย Yag Laser แย็กเลเซอร์กำจัดขนดีกว่าจริงไหม?

The post ทำไมต้องกำจัดขนด้วย Yag Laser แย็กเลเซอร์กำจัดขนดีกว่าจริงไหม? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ทำไมต้องกำจัดขนด้วย Yag Laser

ทำไมต้องกำจัดขนด้วย Yag Laser สิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจของเราไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของผิวพรรณและใบหน้าเท่านั้น ในเรื่องของ ขน อีกหนึ่งสิ่งที่สามารถสร้างความไม่สบายใจกับคนที่ชอบแต่งตัวตามเทรนด์แต่ขนดันโผล่มากวนสายตา คนที่ไม่ชอบให้ตัวเองมีขน คนที่อยากให้ผิวดูเนียนกระจ่างใส หรือแม้กระทั่งอยากรักษาความสะอาดตามจุดอับต่างๆ การทำเลเซอร์กำจัดขน คือทางเลือกที่หลายคนยกให้เป็นอันดับหนึ่งในการกำจัดขน โดยในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับ แย็กเลเซอร์ ว่า ทำไมต้องกำจัดขนด้วย Yag Laser ที่หลายคนเลือกใช โดยจะมีความแตกต่าง หรือ ดีกว่า วิธีการกำจัดขนแบบเดิมๆ อย่างไรบางนั้น ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

Yag Laser คืออะไร?

อีกหนึ่งเทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขน ที่ใช้วิธีการส่งคลื่นพลังงานตรงเข้าสู่รากขนเมื่อรากขนถูกความร้อนของเลเซอร์จะทำให้เกิดการฝ่อตัวและหยุดการเจริญเติบโต หลังจากทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วเส้นขนจะเริ่มหลุดร่วง ขนที่ขึ้นใหม่เริ่มน้อยลง สีขนเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นขนอ่อน เมื่อทำต่อไปเรื่อยๆ ขนก็จะไม่กลับมาขึ้นอีก โดยในแต่ละครั้งที่ทำสามารถกำจัดขนได้มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของบริเวณนั้นๆ

Yag Laser ทำงานอย่างไร?

เลเซอร์กำจัดขน Yag มีความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร ให้พลังงานสูง สามารถเข้าไปจับกัลเม็ดสีของเส้นขนได้ดี สามารถจัดการกับเส้นขนทั้งสีเข้ม สีอ่อน หรือขนที่มีขนาดบาง ในระหว่างทำอาจจะรู้สึกจี๊ดๆ เหมือนถูกหนังยางดีด โดยจะมีการใช้ลมเย็นเข้ามาช่วยให้รู้สึกสบายผิวและไม่เจ็บในระหว่างทำหัตถการค่ะ โดยสามารถทำได้ทั้งตัว ตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ข้อดีของการทำ Yag Laser

การกำจัดขนด้วย แย็กเลเซอร์ นั้น มีข้อดีหลายอย่าง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด

  • เป็นเทคโนโลยีที่สามารถส่งพลังงานตรงเข้ากำจัดขนได้ลึกถึงบริเวณรากขน
  • สามารถจัดการได้ทั้ง เส้นขนสีเข้ม เส้นขนสีอ่อน หรือแม้แต่เส้นขนที่บางมาก
  • เนื่องจากเลเซอร์จะจับที่เม็ดสีของเส้นขนโดยตรง จึงทำได้ทุกสีผิวและไม่ทำร้ายเซลล์ผิวรอบข้าง
  • ไม่เกิดขนคุด ไม่มีตอขนให้กังวลใจ รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียน ไม่เกิดปัญหาหนังไก่ ผิวไม่หมองคล้ำ
  • มีการรับรองมาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัย จาก อย. ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
  • เมื่อทำอย่างต่อเนื่องขนจะไม่กลับมาขึ้นอีก หรือในบางรายอาจจะกลับมาขึ้นช้า และขนอ่อนลงมีเส้นที่บางมากจนแทบมองไม่เห็น

ข้อควรรู้ของการทำ YagLaser

  • อาจรู้สึกเจ็บจี๊ด เหมือนโดนหนังยางดีดได้บ้างในระหว่างทำ ถึงจะไม่มีการใช้ยาชาแต่มีลมเย็นเป่าให้ผิวสบาย ผ่อนคลายมากขึ้น
  • หลังทำผิวอาจมีอาการแดง หรือรู้สึกแสบได้บ้างเล็กน้อย แต่จะหายไปได้เองใน 2 – 3 ชั่วโมง
  • หากทำในบริเวณที่กว้างอาจจะต้องใช้เวลาทำที่ค่อนข้างนานเล็กน้อย

YagLaser เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการกำจัดขนในร่างกายอย่างถาวร 
  • คนที่ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาผิวหนังไก่หรือขนคุด
  • คนที่ต้องการผิวเรียบเนียน ผิวสมูธไม่มีตอขน
  • คนที่ไม่ชอบอาการคัน หรือผิวระคายเคือง จากวิธีการกำจัดขนแบบเดิมๆ เช่น การโกน การถอน เป็นต้น
  • คนที่อยากแต่งหน้าติดทน หน้าเนียน ผิวไม่เขียวจากตอขนที่ถูกโกน
  • คนที่ต้องการลดปัญหากลิ่นอับ รักแร้เปียก
  • คนที่ต้องการทำเลเซอร์ขนบิกินีไลน์ ใส่ชุดว่ายน้ำได้อย่างมั่นใจ

ข้อควรปฎิบัติทั้งก่อนทำและหลังทำ YagLaser

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่เกิดผลข้างเคียงทั้งก่อนและหลังทำ จึงมีข้อควรปฏิบัติและเตรียมตัว ดังนี้

เตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน

  • งดเว้นการกำจัดขนด้วยวิธีเดิมๆ เช่น การโกน การถอน การแว๊กซ์ อย่างน้อย 3 – 4 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน หรือหากจำเป็นสามารถใช้กรรไกรเล็มขนออกได้นิดหน่อยค่ะ
  • หลีกเลี่ยงครีมหรือโลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 2 – 4 วันก่อนทำ
  • งดเว้นการขัดผิว สครับผิว หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ส่งผลให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง หรือผิวเกิดแผลขึ้น
ดูแลตัวเองหลังทำ
  • งดทาโรลออนหรือผลิตภัณฑ์ที่ผสมแอลกอฮอล์ในบริเวณที่ทำเลเซอร์กำจัดขนอย่างน้อย 1 – 2 วันหลังทำ
  • งดการขัดผิวหรือการสครับผิวในบริเวณที่ทำเลเซอร์อย่างน้อย 5 – 7 วันหลังทำ
  • บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ แต่ต้องเป็นสูตรที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์
  • งดโดนแสงแดดจัดในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังทำ
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหนัก หรือกิจกรรมที่ต้องปะทะกับความร้อนจัด เช่น อบไอน้ำ เข้าซาวน่า เป็นต้น หลังทำอย่างน้อย 3 – 5 วัน 

พร้อมอวดผิวสวยเรียบเนียนไร้ขน ด้วย YagLaser อีกหนึ่งวิธียอดนิยมที่ช่วยกำจัดขนได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพสูง ใช้เวลาทำไม่นาน พร้อมทั้งไม่เกิดผลข้างเคียงเหมือนกับการกำจัดขนในวิธีแบบเดิมๆ เช่น ปัญหาหนังไก่ ผิวหมองคล้ำ เกิดขนคุด เป็นต้น หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หลังทำไปได้ระยะหนึ่งขนที่ขึ้นใหม่สีจะจางลงและเส้นบางลงจนแทบมองไม่เห็น และเมื่อทำอย่างต่อเนื่องเส้นขนจะไม่กลับมาขึ้นอีก ผิวบริเวณที่ทำจะเรียบเนียนมากขึ้น รูขุมขนเล็กลง หากใครต้องการกำจัดขนหรือดูแลผิวด้วยเลเซอร์กำจัดขน สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ The Phu Bangkok Clinic ได้เลยนะคะ

The post ทำไมต้องกำจัดขนด้วย Yag Laser แย็กเลเซอร์กำจัดขนดีกว่าจริงไหม? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>