โพลาร์คูล Archives - The Phu Bangkok clinic https://thephubangkokclinic.com/category/โพลาร์คูล/ คลินิกเวชกรรมความงาม และ เลเซอร์ที่ บริการเกี่ยวกับ การดูแลผิวหนัง ปรับรูปหน้า โดยใช้ผลิตภัณฑ์และเลเซอร์ชั้นนำระดับโลก Tue, 14 Nov 2023 08:02:32 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.6.1 https://thephubangkokclinic.com/wp-content/uploads/2023/06/The-Phu-bangkok-clinic-คลินิกเวชกรรมความงาม-150x150.webp โพลาร์คูล Archives - The Phu Bangkok clinic https://thephubangkokclinic.com/category/โพลาร์คูล/ 32 32 Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว? https://thephubangkokclinic.com/collagen-and-elastin/ Wed, 25 Oct 2023 04:20:08 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10758 Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว?

The post Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว?

Collagen และ elastin ช่วยอะไร ดีต่อผิวอย่างไร การที่ผิวจะสวยสุขภาพดีดูเต่งตึงอ่อนเยาว์ได้อยู่ตลอดเวลานั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักของผิวอย่างคอลลาเจนและอีลาสติน ว่ามีความแข็งแรงสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าปัจจัยทั้งสองมีความเสื่อมสภาพ ไม่เต่งตึงเหมือนเคย ก็จะทำให้ผิวดูเหี่ยวย่น แก่กว่าวัยด้วย

Before After ผิวคนแก่

Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) คืออะไร?

คอลลาเจน

อลลาเจน เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง และเป็นหนึ่งในโครงสร้างเนื้อเยื่อของร่างกายเช่น ผิว กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หลอดเลือด กระดูก เป็นต้น  โดยในร่างกายของคนเรานั้นมีคอลลาเจนหลากหลายประเภท หน้าที่ของคอลลาเจนนั้น หลักๆ แล้วจะช่วยในเรื่องของการเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง อิ่มฟู และยังเข้าไปฟื้นฟูซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้ เมื่อร่างกายขาดคอลลาเจน ผิวก็จะอ่อนแอ ขาดความแข็งแรง เกิดริ้วรอย และปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา

อิลาสติน

ยังมีหลายคนเข้าใจผิดกันไปเยอะว่าอิลาสตินนั้นมีความคล้ายคลึงกับคอลลาเจน แต่จริงๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้แค่ทำงานคู่กันและมีความสำคัญต่อผิว โดยอิลาสตินนั้นจะเป็นส่วนที่ช่วยยึดเซลล์ให้เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบและกระจายตามเนื้อเนื่อที่เป็นจุดเชื่อมต่อตามอวัยวะ เช่น พวกข้อต่อต่างๆ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย โดยเมื่ออายุมากขึ้นอิลาสตินก็จะเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย และความหย่อนคล้อยตามมาได้

ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินเสื่อมสภาพ

อายุ

เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินเป็นสิ่งที่มีอยู่ในร่างกายของเราตามธรรมชาติ ซึ่งถ้าขึ้นชื่อว่า ‘ตามธรรมชาติ’ ก็คือจะเสื่อมไปตามกาลเวลานั่นเอง จากที่ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินออกมาปกติสมบูรณ์ในวัยสาว ก็จะลดลงเมื่อเราอายุเพิ่มมากขึ้น ยิ่งถ้าคนในวัย 35 – 40 ปีขึ้นไป ประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินก็จะลดลง ในขณะที่อัตราการสลายคอลลาเจนยังเท่าเดิม ทำให้ความแข็งแรงของผิวลดลง เกิดเป็นริ้วรอย ความเหี่ยวย่น

ปัจจัยภายนอก

ข้อนี้เป็นภัยกับคอลลาเจนและอิลาสตินมากกว่าอายุเสียอีก เพราะต่อให้เราจะอายุเพียงแค่ 25 ปี แต่ถ้าหากปล่อยให้ปัจจัยภายนอกเข้ามาทำร้ายผิวได้ ก็จะทำให้ผิวแก่กว่าอายุจริง (หรือที่เข้าใจกันว่าหน้าแก่นั้นแหละ) โดยปัจจัยภายนอกหลักๆ ที่มีผลกับคอลลาเจนและอิลาสติน ได้แก่

แสงแดด : รังสียูวีที่มากับแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่เข้ามาทำลายและลดการสร้างคอลลาเจนกับอิลาสติน

น้ำตาล : น้ำตาลนั้นมีฤทธิ์ขัดขวางความสามารถในการซ่อมแซมผิวของคอลลาเจนและอิลาสติน

บุหรี่ : ในบุหรี่นั้นมีสารเคมีหลายอย่างที่เข้าไปขัดขวางการทำงานของคอลลาเจน และเข้าไปทำลายคอลลาเจนกับอิลาสตินด้วย

วิธีการป้องกันและเสริมสร้างคอลลาเจนกับอิลาสติน

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

แน่นอนว่าการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยในเรื่องของการบำรุงร่างกายแล้ว แต่ยังช่วยบำรุงผิวได้อีกด้วย แต่สำหรับใครที่ต้องการมุ่งเน้นการสร้างเสริมคอลลาเจนและอิลาสติน แนะนำให้รับประทานโปรตีนให้มาก เนื่องจากสารทั้งสองนั้นก็คือโปรตีนชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ ปลา หรือเป็นอาหารประเภทที่มีวิตามินสูง เช่น ผักหรือผลไม้ อะไรก็รับประทานได้ให้เพียงพอต่อร่างกายต้องการโดยไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมก็ได้

ทานน้ำตาลให้น้อยลง

ไม่แนะนำให้เลิกทานน้ำตาลไปเลยเพราะจะทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายรวน แต่อยากให้รับประทานน้ำตาลอย่างเหมาะสม เพราะถ้าหากรับประทานมากจนเกินไปจะทำให้โครงสร้างของคอลลาเจนและอิลาสติดเกิดการเปลี่ยนแปลงและลดน้อยลง ดังนั้นจึงต้องรับประทานน้ำตาลอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งของร่างกาย เราต้องหมั่นดื่มน้ำให้เยอะมากพอที่ร่างกายต้องการ เพราะน้ำอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย และคอลลาเจนกับอิลาสตินจำเป็นต้องใช้น้ำในการผลิตขึ้นมา

สรุป

ที่คอลลาเจนและอิลาสตินมีความสำคัญกับผิวก็เพราะว่าสารทั้งสองตัวนี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของผิว ถ้าหากผิวขาดคอลลาเจนและอิลาสตินไปก็จะทำให้เกิดผลเสียตามมามากมาย สุขภาพผิวแย่ลง เกิดริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย หน้าดูแก่กว่าวัยด้วย ซึ่งเราสามารถกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนและอิลาสตินได้ด้วยการปรับการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต ไม่ก็ลองทำหัตถการ Pora Cool เป็นนวัตกรรมกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ผลัดเซลล์ผิวเก่า ซ่อมแซมผิวให้แข็งแรง เพื่อเผยผิวสวยใสออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

The post Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ https://thephubangkokclinic.com/acne-don-want-to-have/ Tue, 24 Oct 2023 08:02:30 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10734 ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้

The post ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้

ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ สิวบุกมาเต็มหน้าไม่เว้นวัน ยิ่งเฉพาะในวันที่เราจะออกไปเที่ยว ไปเดท ก็ขยันขึ้นซะเหลือเกิน เคยสงสัยใช่มั้ยว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่ แต่จริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมักมีเหตุผลเสมอไม่ใช่ว่าจู่ๆ สิวจะเกิดขึ้นมาได้แต่เราต้องเผลอไปทำร้ายผิวหน้าจนเกิดเป็นวงจรสิวขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

คนเป็นสิวแล้วกำลังส่องกระจก

ถ้าไม่อยากมีสิว ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า

ข้อนี้หลายคนอาจจะเผลอทำบ่อย เพราะมันเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ ที่ชอบเอามือไปจับใบหน้า แต่อยากให้รู้ว่าพฤติกรรมนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิวขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เพราะว่ามือของเรานั้นต้องไปสัมผัสกับสิ่งต่างๆ มากมาย ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่จะติดมากับมือนั้น เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ชักโครก โต๊ะเก้าอี้ พวกของใช้ที่อยู่ตามที่สาธารณะต่างๆ ถ้าหากเราสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้และใช้มือมาสัมผัสใบหน้า รับรองได้ว่าเชื้อโรคสิ่งสกปรกจะเข้ามาเกาะติดที่ผิวหน้าและเข้ามาอุดตันรูขุมขนจนเกิดสิวตามมา

ไม่ล้างหน้าก่อนเข้านอน

เราเข้สใจว่าทุกๆ วันที่ออกไปทำงาน หรือออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ต้องเจอการเดินทางหลายชั่วโมง และเมื่อถึงห้องเราก็อยากนอนหลับพักผ่อนเป็นธรรมดา แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเราออกไปข้างนอกตลอดทั้งวันเราต้องเจอกับสิ่งสกปรกและมลภาวะต่างๆ มากมาย ยังไม่รวมสารเคมีจากเครื่องสำอางที่เราแต่งหน้าออกไป เรียกได้ว่าใบหน้าตอนนี้เป็นแหล่งรวมเหงื่อ ความมัน ฝุ่นควัน สิ่งสกปรกมากมาย ดังนั้นเราควรจะล้างหน้าทำความสะอาดให้เกลี้ยงเกลา ไม่อย่างนั้นสิวมาเยี่ยมแน่ๆ

ลดของหวานและของทอด

รู้ว่ามันอร่อยจนเกินห้ามใจ แต่หารู้ไม่ว่าของหวานและของทอดนั้นเป็นแหล่งเกิดสิวชั้นดีเลยก็ว่าได้ ถ้าหากอยู่ในช่วงที่ต้องการลดการเกิดสิว เพื่อเตรียมหน้าออกงาน หรืออยู่ในช่วงรักษาสิวอยู่ ของเหล่านี้เราต้องงดรับประทานหรือรับประทานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีส่วนไปกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่าย เพราะน้ำตาลปริมาณสูงจะทำให้เซลล์เกิดการอักเสบและกลายเป็นสิว โดยถ้าหากรู้สึกว่าขาดหวานไม่ได้ให้รับประทานผลไม้รสหวานทดแทน จะช่วยลดความอยากหวานและบำรุงผิวได้

ห้ามใช้ปลอกหมอนสกปรก

สิ่งที่สัมผัสใบหน้าของเราในทุกๆ วันนอกจากมือ เป็นสิ่งที่ใครหลายคนอาจจะมองข้ามมันไปแต่จริงๆ แล้วไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ “ปลอกหมอน” เรียกได้ว่า ปลอกหมอนนั้นเป็นสิ่งที่สัมผัสใบหน้าของเราอยู่ตลอดทั้งคืน ต่อให้เราดูแลใบหน้าอย่างดีแค่ไหน แต่ถ้าปลอกหมอนมีความสกปรก ก็สามารถทำให้สิวขึ้นบนใบหน้าได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น เราต้องหมั่นซักทำความสะอาดหรือเปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่อยู่บนปลอกหมอน ซึ่งจริงๆ แล้วควรซักทั้งชุดที่นอน ทั้งหมอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง รวมไปถึงผ้าเช็ดตัวด้วย

ห้ามบีบสิว หรือกดสิวด้วยตัวเอง

เวลามีสิวขึ้น ก็เข้าใจว่ามันคันมือ อยากจะแกะ อยากจะเกา อยากจะบีบให้หัวมันหลุดอออกมา เพื่อให้สิวนั้นมันยุบเร็วๆ แต่การบีบสิวด้วยตัวเองนั้นอาจจะทำให้ผิวของเราระคายเคือง อักเสบ มีรอยสิวทิ้งไว้บนใบหน้า กว่าจะรักษาให้หายได้ก็ใช้เวลานาน ยิ่งถ้าหากเราบีบสิวออกมาไม่หมด สิวก็ไม่หาย อีกทั้งแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่อยู่บนมือหรือในเล็บ ไปกระตุ้นให้เกิดสิวซ้ำซ้อนอีก

งดใช้เครื่องสำอาง/สกินแคร์ที่ระคายเคืองผิว

บางคนที่ทดลองใช้เครื่องสำอางหรือครีมใหม่ แล้วก็รู้สึกว่าอุ้ยใช้แล้วหน้าดีจริง แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ กลับมีสิวเห่อ สิวขึ้น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ว่าอาจมาจากเครื่องสำอางหรือครีมใหม่ที่เราเพิ่งซื้อมา ไม่ใช่เพราะว่าแบรนด์ของเขาไม่ได้ไม่มีคุณภาพ แต่ผิวหน้าของเราอาจจะไม่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ก็ได้

สรุป

นี่คือข้อแนะนำหลักๆ ที่เราอยากมาแบ่งปันเพื่อให้สาวๆ ได้มีผิวหน้าเนียนใสไร้สิวกวนใจ เพราะนอกจากการใช้ครีมบำรุงหรือครีมแต้มลดสิวที่จะช่วยได้แล้วนั้น การรักษาผิวหน้าและการป้องกันการเกิดสิวนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะต่อให้ใช้ครีมแพงแค่ไหนแต่ยังปล่อยให้สิ่งสกปรกมาอยู่บนใบหน้าก็ไม่สามารถหยุดวงจรการเกิดสิวได้ เมื่อทำ Pola Cool ควบคู่กันกับการป้องกันแล้วก็จะช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี เพราะนวัตกรรมนี้ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหน้าและสิว  ทำให้สิวแห้งและลดการอักเสบของสิวได้เป็นอย่างดี

The post ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
แสงทำร้ายผิว ได้มากกว่าที่คิด!! https://thephubangkokclinic.com/light-damages-skin/ Tue, 24 Oct 2023 06:59:59 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10696 แสงทำร้ายผิว ได้มากกว่าที่คิด!!

The post แสงทำร้ายผิว ได้มากกว่าที่คิด!! appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
แสงทำร้ายผิว ได้มากกว่าที่คิด

แสงทำร้ายผิว ได้มากกว่าที่คิด หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่าแสงแดด แสงไฟนั้นทำร้ายผิวอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้ลงลึกไปว่ามันทำร้ายผิวหน้าของเราอย่างไร ถ้าหากว่าคุณได้รู้แล้วจะต้องตกใจว่าแค่แสงก็สามารถทำร้ายผิวของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น เราจะพามาเจาะลึกกันว่าแสงสามารถทำร้ายผิวได้มากแค่ไหน

Before After ผิวคล้ำเสียจากแดด

รังสี Ultraviolet แสงทำร้ายผิว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้แสงนั้นอันตรายกับผิวนั่นเป็นเพราะว่ารังสี UVA และ รังสี UVB เราจะมีดูกันว่าทั้งสองแบบแตกต่างกันอย่างไร

รังสี UVA

เป็นรังสีที่เป็นอันตรายกับผิวมาก เพราะมันสามารถทะลุผ่านอาคาร กระจกเข้ามาทำร้ายผิวได้ จึงเป็นรังสีที่แม้ว่าคุณจะอยู่ในอาคาร ในที่ร่ม ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะโดนมันได้ อีกทั้งรังสี UVA ยังสามารถเข้ามาทำร้ายลึกถึงผิวหนังชั้นลึก ทำลายคอลลาเจนและภูมิคุ้มกันของผิวให้เสื่อมสภาพ ถ้าหากโดนนานๆ นอกจากจะทำให้ผิวเสียแล้วนั้นยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

รังสี UVB

เป็นรังสีที่อันตรายไม่แพ้เท่ารังสี UVA แต่ยังดีหน่อยที่ตัวมันไม่สามารถทะลุอาคาร กระจก เข้ามาทำร้ายผิวมาก เราสามารถป้องกันรังสี UVB ได้ด้วยการอยู่ในที่ร่ม ใช้ร่มกันแดด(แบบกันยูวี) หรือทาครีมกันแดด แต่อย่างไรก็ตามต้องป้องกันผิวเมื่อออกไปกลางแจ้งด้วยนะ ไม่อย่างนั้นผิวเสีย ผิวหมองคล้ำ ไหม้แดดได้เหมือนกัน

รังสีอินฟาเรด

เป็นรังสีประเภทหนึ่งที่อยู่ในองค์ประกอบของแสง ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 50% ของรังสีที่ตกกระทบมายังโลก โดยมาในรูปแบบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ แต่คนจะไม่ค่อยพูดถึงตัวนี้กันสักเท่าไหร่แต่ใช่ว่าจะไม่อันตรายเพราะสามารถส่งผลเสียให้กับผิวหลากหลายมากทั้งริ้วรอย ความหมองคล้ำ หรือร้ายแรงไปจนถึงทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง

แสงอะไรบ้างที่มีรังสี Ultraviolet ที่อันตราย

แสงแดด

แสงจากธรรมชาติส่องมายังโลกของเราที่ถูกปล่อยมาจากพระอาทิตย์ ซึ่งถ้าแสงมีแค่แสงก็คงไม่เป็นอันตราย แต่น่าเสียดายที่แสงแดดนั้นมาพร้อมกับรังสีที่อันตรายอย่างรังสีตราไวโอเลตและรังสีอินฟราเรด จึงต้องระมัดระวังและการป้องกันไม่ให้โดนแสงแดดโดยตรง

แสงสีฟ้า

ในยุคของเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันแทบจะ 100% คงจะหลีกหนีจากแสงสีฟ้าเป็นไม่ได้ ซึ่งยังมีหลายคนคิดว่าแค่แสงสีฟ้าเอง คงไม่ได้มีความร้ายแรงเหมือนกับแสงแดดหรอก แต่จริงๆ แล้วเป็นภัยอันตรายกับผิวอีกอย่างนึงเลยก็ว่าได้ เพราะในแสงสีฟ้านั้นก็มีรังสียูวีเช่นเดียวกันกับแสงแดด ถึงแม้จะไม่ได้แรงเท่า แต่ถ้าโดนแสงสีฟ้าไปนานๆ โดยไม่ได้มีการป้องกัน แสงสีฟ้าจะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในผิวหนัง เข้าไปทำลายเซลล์ผิวหนัง ส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อม กระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีเมลานินเพื่อปกป้องผิว ผิวก็จะหมองคล้ำ มีริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้ากระ

ป้องกันผิวจากแสงอันตรายได้อย่างไร

ทาครีมกันแดดทุกวัน

ไม่ว่าจะในวันที่ต้องออกไปข้าง หรือวันหยุดอยู่บ้าน ต้องอย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันรังสีทั้ง UVA และ UVB มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 เป็นต้นไป (ถ้าเจอแดดจ้าก็ 50 ขึ้นเลยยิ่งดี) ที่สำคัญควรทาในปริมาณที่เหมาะสม เพราะถ้าหากทาน้อยไปก็ไม่ได้มีผลอะไร ไม่ได้ช่วยป้องกันได้เท่าที่ควร

ใช้เครื่องป้องกันแสงแดด

ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งอย่าลืมหยิบหมวก ร่ม หรือเสื้อคลุมสักหนึ่งอันติดกระเป๋าไว้ เพราะในประเทศไทยไม่มีบริเวณไหนไม่เจอแดดอยู่แล้ว เราจึงต้องมีเกราะป้องกันภายนอกเพื่อปกป้องเราจากแสงแดดเพิ่มด้วย อุปกรณ์เหล่านี้สามารถปกป้องเราจากแสงแดดได้ดีกว่าครีมกันแดดด้วยซ้ำ

สรุป

อ่านมาจนถึงตรงนี้ก็รู้แล้วว่าแสงแดดหรือแสงสีฟ้า นั้นเป็นภัยต่อผิวของเราอย่างร้ายแรง และตัวเราไม่สามารถหลบเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ 100% อยู่แล้ว ดังนั้น เราจึงต้องมีการเตรียมการและรับมือกับการถูกแสงเหล่านี้ไว้ และฟื้นฟูผิวเมื่อผิวถูกทำร้ายจากแสงแดดด้วยสกินแคร์ปลอบประโลมหรือหัตถการ Pora Cool ช่วยกอบกู้ผิวที่เสียจากแดดและแสงสีฟ้าได้เป็นอย่างดี เปลี่ยนความหมองคล้ำไม่สดใสให้กลับมาสว่างกระจ่างใสอีกครั้ง พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้าเก่า และกู้ผิวโทรมด้วยการกระชับรูขุมขน

The post แสงทำร้ายผิว ได้มากกว่าที่คิด!! appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
เมื่อร่างกายขาดวิตามิน จะมีผลกระทบอะไรบ้าง https://thephubangkokclinic.com/lack-vitamins-affects-body/ Tue, 24 Oct 2023 04:27:09 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10673 เมื่อร่างกายขาดวิตามิน จะมีผลกระทบอะไรบ้าง

The post เมื่อร่างกายขาดวิตามิน จะมีผลกระทบอะไรบ้าง appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
เมื่อร่างกายขาดวิตามิน จะมีผลกระทบอะไรบ้าง

เมื่อร่างกายขาดวิตามิน จะมีผลกระทบอะไรบ้าง ร่างกายของเรานั้นถือว่าต้องการสารอาหารที่เป็นประโยชน์ในทุกๆ วัน โดยเฉพาะจำพวกวิตามินต่างๆ ถือว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างมาก ถ้าหากร่างกายขาดวิตามินก็จะเกิดผลเสียตามมามากมาย โดยที่ร่างกายก็จะประท้วงสารอาหารผ่านอาการต่างๆ เหล่านี้

รูปปัญหาผมร่วง

เมื่อร่างกายขาดวิตามิน ทำให้ เส้นผมและเล็บเปราะบาง

สัญญาณเตือนแรกที่อยากจะมาบอกก็คือ เส้นผมและเล็บ มีความเปราะบาง เล็บเหลือง ผมร่วงง่าย ขาดง่าย หวีแล้วรู้สึกเจ็บหนังศีรษะ นั้นเป็นเพราะว่าเส้นผมอ่อนแอเนื่องจากขาดสารอาหารสำคัญอย่าง วิตามินบี และ ไบโอติน (หรือถ้าเรียกให้รู้จักก็วิตามินบี7) เพราะสารทั้งสองตัวนี้เป็นตัวสำคัญในการเจริญเติบโตของเส้นผมและเสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผม รวมไปถึงบำรุงเล็บให้แข็งแรง อมชมพู โดยอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินบีรวม ได้แก่ ไข่ เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ธัญพืช เป็นต้น

แผลร้อนในหรือรอยแตกมุมปาก

นับได้ว่าเป็นปัญหาที่ไม่ว่าจะเพศไหนหรือวัยไหนก็สามารถเจอได้ ทั้งที่ก็รับประทานอาหารและน้ำปกติ แต่ก็ยังเกิดร้อนในขึ้นอยู่ในปาก สันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจากการขาดวิตามิน เกลือแร่ และธาตุเหล็ก ซึ่งร้อนในนั้นถือว่าเป็นสัญญาณเตือนร้ายแรงว่าเรากำลังขาดสารอาหารอย่างหนัก โดยร้อนในเกิดจากการวิตามินบีรวม ทั้งบี1 บี2 และ บี6 จึงต้องรับประทานผักผลไม้ โดยเฉพาะผักใบเขียว และเน้นพวกธัญพืช

เลือดออกตามไรฟัน

ปัญหาเลือดออกตามไรฟันอาจจะไม่ได้มาจากการที่เราไม่ได้ดูแลทำความสะอาดฟันไม่ดี ไม่สะอาด แต่ส่วนมากมักมาจากการที่เราขาดวิตามินซี ซึ่งอาการของคนขาดวิตามินซีจะเกี่ยวข้องกับเลือดเป็นส่วนมาก เช่นปัญหาเลือดออกตามไรฟันอย่างหัวข้อดังกล่าว หรือแผลหายช้า มีอาการห้อเลือดไม่ยอมตกสะเก็ด ก็มาจากการขาดวิตามินซีเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายตกต่ำด้วย ดังนั้นการจะลดปัญหาดังกล่าวได้คือการรับประทานวิตามินซีเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะในรูปแบบอาหารเสริมหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีจำนวนมาก เช่น ผลไม้ หรือผัก

สายตาแย่ลง

แน่นอนว่าในชีวิตประจำวันที่เราลืมตาขึ้นมาก็ต้องมีการใช้สายตาแล้ว ยิ่งคนในปัจจุบันที่อยู่กับหน้าจอมือถือแทบจะทั้ง 24 ชั่วโมง ก็เรียกได้ว่าแทบไม่ได้พักสายตาเลยนอกจากตอนนอน จึงทำให้ค่าเฉลี่ยของค่าสายตาผู้คนในปัจจุบันลดลง แต่ถ้าหากเรารู้สึกว่าเรากวาดสายตาแล้วเข้าถึงตอนกลางคืนได้น้อยลง หรือกระพริบตาแล้วเห็นจุดขาวกลางอากาศ นั่นอาจเป็นเพราะสายตาอ่อนแอ หรือกำลังขาดวิตามินเออย่างหนัก ต้องรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเอเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผักผลไม้มีสีเหลือง สีส้ม เช่น มะละกอ แครอท ผักตำลึง ฟักทอง

ผิวแห้ง ผมมีรังแค

ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นผิวกายหรือผิวบนศีรษะ ก็เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด เพราะผิวแตก รังแคตก ก็เกิดจากการผิวแห้งทั้งนั้น ซึ่งสาเหตุหลักๆ แล้วมาจากการที่ผิวขาดความชุ่มชื้น และขาดวิตามินรวม จึงต้องคอยมอบความชุ่มชื้นคืนแก่ผิวและเติมวิตามินให้ผิวอยู่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะจากการบำรุงภายนอกหรือรับประทานอาหารบำรุงจากภายในก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากจะรับประทานให้เน้นรับประทานวิตามินซีและวิตามินอีที่มีคุณสมบัติช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ส่วนในอาหารพบมากใน กล้วย กีวี่ และ มะม่วง

ร่างกายอ่อนแรง ปวดเมื่อยตัว

เคยรู้สึกเหมือนหมดแรง ปวดเนื้อปวดตัวไปหมดทั้งๆ ที่ก็นอนเต็มอิ่มแล้วใช่หรือเปล่า? คุณอาจจะกำลังขาดวิตามินดีอยู่ก็ได้ เรียกได้ว่าวิตามินดีกับสุขภาพกระดูกเป็นของคู่กันตีคู่กันมากับแคลเซียมเลยก็ว่าได้ ยิ่งถ้าร่างกายขาดวิตามินดิ กระดูกและกล้ามเนื้อก็จะอ่อนแอ ดังนั้นเราต้องหมั่นรับวิตามินดีเข้าสู่ร่างกายด้วย อย่างที่คุ้นเคยเลยก็จากแสงแดดตอนเช้า ออกวิ่งกำลังตอนเช้าก็รับแสงแดดอ่อนๆ เพื่อรับวิตามินดี หรือรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี เช่น น้ำมันตับปลา ปลาที่มีไขมันสูง (เช่น แซลมอน ทูน่า) ไข่แดง นม เห็ด เมล็ดธัญพืช เป็นต้น

สรุป

เมื่อร่างกายขาดวิตามินต้องรีบเติมเข้าสู่ร่างกาย ทั้งจากภายนอกด้วยการทาครีมบำรุง หรือจากการรับประทานอาหารเสริมและอาหารทั่วไป ถ้าหากใครไม่รู้ว่าควรรับประทานอะไรก็สามารถไปปรึกษาเภสัชตามร้านขายยา หรือจะเข้าคลินิกเสริมความงามเพื่อบำรุงผิวโดยตรงได้ด้วย Polar Cool นวัตกรรมนำวิตามินเข้าสู่เซลล์ผิวและบำบัดด้วยแสง ด้วยการผลักวิตามินด้วยพลังงานความเย็น (ที่มาของชื่อ) ไปพร้อมกับใช้แสง LED ไปในขณะเดียวกัน โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิวที่เก่าให้หลุดออกพร้อมดรอยแดงจากอาการอักเสบ รักษาสีผิวไม่สม่ำเสมอ และ ฟื้นฟูผิวที่มีความหมองคล้ำ ที่สำคัญ สามารถทำได้ทั้งใบหน้าและลำตัว

The post เมื่อร่างกายขาดวิตามิน จะมีผลกระทบอะไรบ้าง appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Polar Cool ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว ได้อย่างล้ำลึก ผิวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ https://thephubangkokclinic.com/polar-cool-pushes-vitamins-deep-skin/ Fri, 20 Oct 2023 10:21:57 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10647 Polar Cool ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว ได้อย่างล้ำลึก ผิวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ

The post Polar Cool ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว ได้อย่างล้ำลึก ผิวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Polar Cool ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว ผิวใส ไร้จุดด่างดำ

Polar Cool ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว ได้อย่างล้ำลึก ดูแลผิวไม่ใช่แค่เพียงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเท่านั้น แต่วิตามินก็เป็นสิ่งสำคัญที่ให้ประโยชน์อย่างมากกับผิวเช่นกัน ซึ่งการให้วิตามินกับผิวนั้นมีด้วยกันหลายวิธีและมีประสิทธิภาพที่ต่างกันออกไปซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึงการ ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว ด้วยนวัตกรรม โพลาร์คูลทรีตเมนต์ ซึ่งกำลังมาแรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ผิวสุขภาพดี โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ถ้าพร้อมแล้วไปทำความเข้าใจประโยชน์ของวิตามินที่มีต่อผิวและวิธีการผลักวิตามินเข้าสู่ผิวด้วย Polar Cool กันค่ะ

วิตามินและสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว

ผิวของเรานั้นต้องการวิตามินและสารอาหารเป็นอย่างมาก หากขาดไปจะส่งผลให้ผิวเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ผิวเหี่ยวแห้งกร้าน เกิดผื่นคัน แผลอักเสบ แผลเปื่อย ผิวเหลือง โรคด่างขาว โรคสะเก็ดเงิน รวมถึงผิวแก่ก่อนวัย เป็นต้น โดยวิตามินหลักที่สำคัญต่อผิวพรรณ มีดังนี้

  1. Vitamin C ส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนให้เส้นใยแน่นข้น ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติได้อีกด้วย ผิวจึงกระจ่างใส ไม่หมองคล้ำ ลดเลือนจุดด่างดำ เพิ่มความยืดหยุ่น ผิวแข็งแรงสุขภาพดี
  2. Vitamin E ช่วยปกป้องและชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระ ผิวแก่ช้าลง ทั้งยังมีส่วนช่วยลดเลือนฝ้าให้จางลงได้อีกด้วย
  3. Vitamin B3 (Niacin) ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันให้กับผิวแข็งแรง กระตุ้นกระบวนการสร้างโปรตีน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในผิวและช่วยลดการสูญเสียน้ำในผิวให้น้อยลง ป้องกันอาการผื่นคัน ลดการอักเสบของผิวให้น้อยลง ลดเลืนอริ้วรอย ลดเลือนจุดด่างดำ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
  4. Vitamin D ช่วยป้องกันการติดเชื้อ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ยั้ยั้งการสร้างเซลล์ผิวที่มากเกินไป ทำให้เมื่อผิวเกิดแผลข้นหรือมีโรคผิวหนัง ผิวบริเวณนั้นจึงไม่เกิดความหนาที่มากเกินไป ลดอาการอักเสบ แผลหายเร็ว ผิวแข็งแรงสู้แดดได้มากขึ้น ลดความรุนแรงของอาการผื่นคัน อาการแพ้ต่างๆ
  5. Coenzyme Q10 ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอย ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวต้นเหตุของผิวแก่ก่อนวัย

 ผลักวิตามินเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก ด้วยนวัตกรรม Polar Cool

หากจะทาครีมหรือซื้อวิตามินมาทาเองก็คงจะได้ผลไม่เพียงพอ ซึมลงผิวคงได้ไม่เต็มที่ ขอแนะนำโปรแกรม โพลาร์คูลทรีตเมนต์ ที่สามารถผลักวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทังยังช่วยเคลียร์ปัญหาผิวต่างๆได้อย่างครบถ้วนไปพร้อมกัน ด้วย 3 เทคโนโลยีสุดจี๊ดแห่งการดูแลผิว ดังนี้

เทคโนโลยี Electroporation ผลักวิตามินด้วยการปล่อยประจำไฟฟ้าไอออนบวกและไอออนลบ โดยพลังงานในส่วนนี้จะเข้าไปช่วยเปิดช่องของเนื้อเยื่อเซลล์ผิวให้วิตามินสามารถผ่านเข้าไปได้ดีกว่าและบำรุงได้ล้ำลึกกว่าการทาครีม ผิวจึงสุขภาพดี กระจ่างใสมากขึ้น ไม่ทำให้ผิวบาง

เทคโนโลยี Cool Mesoporation การปล่อยคลื่นพลังงานความเย็นเพื่อลดความรู้สึกในขณะที่ปล่อยประจุไฟฟ้าไอออนบวกและไอออนลบลงสู่ผิว จึงรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เจ็บ ทั้งยังสามารถช่วยคงคุณภาพของวิตามินและตัวยาสูตรเฉพาะในระหว่างทำไม่ให้เสื่อมสภาพ นอกจากนั้นความเย็นยังไม่ทำลายสมดุลของค่า PH บนผิว เหมือนกับการใช้ความร้อน และไม่ทำให้ผิวบาง

เทคโนโลยี Light Therapy บำบัดผิวพรรณด้วยแสง LED ที่สามารถเคลียร์ทุกปัญหาผิวได้ในครั้งเดียว ทั้งเรื่องของความหมองคล้ำ จุดด่างดำ กระตุ้นคอลลาเจน กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของการเกิดสิว ลดอาการอักเสบและรอยสิวได้อีกด้วย

ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาผิวพังอีกต่อไป ทั้งยังไม่ต้องกลัวเจ็บ เพราะ Polar Cool นวัตดรรมดูแลผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม หน้าไม่บวม ไม่ช้ำ สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดูแลได้อย่างครอบคลุม เคลียร์จบทุกปัญหาผิว หากต้องการฟื้นฟูและดูแลผิวพรรณให้กลับมากระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว กระตุ้นคอลลาเจน ผิวกระชับเต่งตึง สุขภาพดี ดูเด็กลง ทักเข้ามาปรึกษากับ เดอะภู แบงค็อก คลินิก (The Phu Bangkok Clinic) ได้เลยนะคะ เพราะที่นี่ใช้เครื่อง ผลิตัณฑ์วิตามินและตัวยาที่เป็นของแท้สูตรเฉพาะ ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีประสบการณ์สูง สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการ สภาพผิว และปัญหาที่มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยกลับไปเสมอ

The post Polar Cool ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว ได้อย่างล้ำลึก ผิวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Polar Cool ฟื้นฟูผิวสวยใส ด้วยแสง LED https://thephubangkokclinic.com/polar-cool-revitalize-skin-led-light/ Fri, 20 Oct 2023 09:27:32 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10625 Polar Cool ฟื้นฟูผิวสวยใส ด้วย แสง LED

The post Polar Cool ฟื้นฟูผิวสวยใส ด้วยแสง LED appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Polar Cool ฟื้นฟูผิวสวยใส ด้วย แสง LED

Polar Cool ฟื้นฟูผิวสวยใส ด้วยแสง LED : เพื่อคงความอ่อนเยาว์ให้อยู่กับเราไปนานๆ การดูแลผิวพรรณและรักษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิว จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำอันดับต้นๆ ของการดูแลผิว เนื่องจากความต้องการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความงามมากมาย มีทั้งการใช้พลังงานประจุไฟฟ้าไอออนบวและลบ พลังงานความเย็น รวมไปถึงการใช้ LED ในการฟื้นฟูผิว ซึ่งถูกรวมเอาไว้ในหนึ่งนวัตกรรมอย่าง Polar Cool ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกในเรื่องของประโยชน์จากการใช้แสง LED ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปในแต่ละสี แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับปัญหาของผิวที่มักจะพบได้บ่อยกันก่อนดีกว่าค่ะ

ปัญหาผิวที่พบได้บ่อย

ผิวพรรณของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นกับเชื้อชาติ กรรมพันธุ์ สภาพผิว มลภาวะที่ต้องพบเจอ รวมถึงการดูแลตัวเองที่ไม่เหมือนกัน ทำให้การดูแลก็มีความแตกต่างกันออกไปด้วย หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้น จะยิ่งรักษาให้กลับคืนความอ่อนเยาว์ได้ยาก โดยปัญหาผิวที่มักพบได้บ่อย ได้แก่

  • ผลัดเซลล์ผิวได้น้อยลง ทำให้ผิวรับการบำรุงได้ไม่เต็มที่ 
  • ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ผิวหยาบ รูขุมขนกว้าง
  • ปัญหาสิว อาการอักเสบ รอยสิว
  • ผิวเหี่ยวย่น ขาดความยืดหยุ่น

ต้นเหตุของการเกิดปัญหาผิวพัง

ผิวพังไม่ใช่เรื่องเล่น จะนั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ผิวเสื่อมโทรมลงไปทุกวันก็ไม่เป็นเรื่องดีแน่ๆ ดังนั้นมาทำความรู้จักกับต้นเหตุที่ส่งผลเสียกับผิวของเรา เพื่อที่จะตรียมรับมือได้อย่างถูกวิธีกันค่ะ

ปัจจัยจากอายุ ตัวแปรสำคัญที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมน กระบวนการทำงานของเซลล์ และระบบต่างๆ ในร่างกาย จะเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลกระทบไปถึงมวลรวมของร่างกายที่เริ่มเสื่อมโทรมลง โดยเฉพาะผิวพรรณ จะเกิดความอ่อนแอ ไวต่อสิ่งกระทบมากขึ้น เห็นปัญหาได้ชัดเจนมากกว่าแต่ก่อน

พฤติกรรมการใช้ชีวิต ดูแลตัวเองไม่เหียงพอ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิว รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเต็มที่กับทุกอย่างจนลืมดูแลตัวเอง สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายแต่สามารถสร้างปัญหาให้กับผิวพรรณได้อีกด้วย

แสงแดดและมลภาวะ รังสี UVA และ UVB ในแสงแดดทำร้ายผิวได้ลึก เกิดปัญหาผิวเหี่ยว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ หากไม่หลีกเลี่ยงหรือดูแลให้ดีสามารถลุกลามจนเกิดมะเร็งผิวหนังได้เลยค่ะ

Polar Cool ฟื้นฟูผิวสวยใส บำบัดผิวด้วยแสง LED ช่วยเรื่องอะไร?

แสง นอกจากจะเอาไว้ใช้เพื่อความสว่างแล้ว ยังมีประโยชน์ที่ช่วยเรื่องของผิวได้อีกด้วย โดยเฉพาะแสง LED ที่ถูกนำมาใช้ในวงการความงามมาอย่างยาวนาน ประยุกต์ใช้กับเครื่องมือต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละสีก็มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวแตกต่างกันออกไป โดยแสง LED 3 สี ที่ถูกใช้ในนวัตกรรม Polar Cool มีข้อดีดังนี้

แสงสีแดง (Red Light) ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เพิ่มขึ้น กระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดอาการอักเสบของผิว และยังช่วยกระชับรูขุมขนได้อีกด้วย

แสงสีน้ำเงิน (Blue Light) เด่นในเรื่องของการฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของการเกิดสิว ลดอาการอักเสบของสิวและช่วยให้สิวยุบตัวไวขึ้น 

แสงสีเหลือง (Yellow Light) ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ช่วยฟื้นฟูผิวจากความหมองคล้ำ ผิวกระจ่างใสขึ้น

จะเห็นได้ว่าแสง LED นั้นให้ประโยชน์กับผิวพรรณมาก ซึ่งมีอยู่ในนวัตกรรม Polar Cool เคลียร์จบทุกปัญหาผิวที่ผสานเอาที่สุดแห่ง 3 เทคโนโลยีดูแลผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้น ผ่านการปล่อยพลังงานประจุไฟฟ้าไอออนบวกไอออนลบและการใช้พลังงานความเย็นเข้ามาช่วยผลักวิตามินเข้าสู่เซลล์ผิวได้อย่างล้ำลึก รวมไปถึงการใช้แสง LED เข้ามาช่วยบำบัดฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการดูแลผิวพรรณให้กลับมาสดใสอ่อนเยาว์ ทักเข้ามาปรึกษาและขอรายละเอียดได้ที่ เดอะภู แบงค็อก คลินิก (The Phu Bangkok Clinic) ดูแลทุกเคสโดยแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ใช้เครื่องที่เป็นของแท้ จึงมั่นใจในผลลัพธ์ที่ดีหลังทำและปลอดภัย อย่าปล่อยให้ปัญหาผิวลุกลามจนแก้ไขได้ยาก อยากหน้าสวย กระจ่างใส ผิวกระชับ เรียบเนียน ทักเข้ามาได้เลยนะคะ

The post Polar Cool ฟื้นฟูผิวสวยใส ด้วยแสง LED appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Polar Cool เผยผิวใส กระชับรูขุมขน วิตามินสู่ผิว เคลียร์จบทุกปัญหาผิว https://thephubangkokclinic.com/polar-cool-clear-skin/ Tue, 17 Oct 2023 10:13:10 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10268 Polar Cool เผยผิวใส กระชับรูขุมขน วิตามินสู่ผิว เคลียร์จบทุกปัญหาผิว

The post Polar Cool เผยผิวใส กระชับรูขุมขน วิตามินสู่ผิว เคลียร์จบทุกปัญหาผิว appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
polar cool clear skin เผยผิวใส กระชับรูขุมขน

Polar Cool เคลียร์จบทุกปัญหาผิว ดูแลผิวพรรณไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งเริ่มเร็วผิวยิ่งคงความสวยและอ่อนเยาว์ไปได้นานขึ้น โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ทั้งยังสามารถฟื้นฟู ซ่อมแซม และผลักวิตามินเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก นั่นคือโปรแกรม โพลาร์คูล ทรีตเมนต์ ที่สามารถดูแลได้ลึกถึงระดับเซลล์ผิวเป็นการผสานสุดยอดนวัตกรรมเพื่อความงามเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ นวัตกรรมพลังงานความเย็น นวัตกรรมการปล่อยประจุไฟฟ้าไอออนบวกและลบ รวมถึงการใช้แสง LED เข้ามาช่วยบำบัดผิว ผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดการอักเสบของผิว และช่วยดูแลผิวได้อย่างครบถ้วน

Polar Cool ผสาน 3 นวัตกรรมเพื่อผิวสวยไว้ในหนึ่งเดียว

นวัตกรรมดูแลผิวพรรณที่ผสานเอา 3 ที่สุดแห่งเทคโนโลยีเพื่อผิวพรรณเข้าไว้ด้วยกันในหนึ่งโปรแกรม ซึ่งสามารถทำได้ทั้งฟื้นฟูผิว ซ่อมแซมเซลล์ ปรนนิบัติผิวอย่างอ่อนโยนและล้ำลึก จัดการครบทุกปัญหาผิว โดยมีเทคโนโลยีดูแลผิวที่นำมาใช้ร่วมกันดังนี้ 

เทคโนโลยีพลังงานประจุไฟฟ้า เป็นขั้นตอนของการเปิดผิวให้พร้อมรับการบำรุงด้วยประจุไฟฟ้าไอออนบวกและไอออนลบ ที่ส่งพลังงานเข้าไปสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึกถึงระดับเซลล์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์การบำรุงได้ดียิ่งขึ้น

เทคโนโลยีพลังงานความเย็น ขั้นตอนของการผลักสารบำรุง วิตามิน อาหารผิว และแร่ธาตุต่างๆ เข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยีพลังงานความเย็นนี้จะให้ผลดีมากๆ กับผิวของเรา ไม่ทำให้ผิวบาง ช่วยลดอาการระคายเคือง ไม่ทำลายสมดุลของค่า PH บนผิว เหมือนกับการใช้ความร้อน 

บำบัดผิวด้วยแสง LED ที่สามารถช่วยจัดการปัญหาผิวได้หลากหลาย ซึ่งมีคุณสมบัติความยาวคลื่นที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย

  • Red Light แสงสีแดงที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออก กระชับรูขุมขน ทั้งยังช่วยลดปัญหาอาการอักเสบของผิวได้อีกด้วย
  • Blue Light แสงสีน้ำเงินที่มีคุณสมบัติในเรื่องของการฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของสิว ทั้งยังช่วยให้สิวแห้งและยุบตัวได้ไวขึ้น ลดอาการอักเสบของสิวได้เป็นอย่างดี
  • Yellow Light แสงสีเหลืองเป็นอีกหนึ่งแสงที่มีประโยชน์ต่อผิว ช่วยฟื้นฟูความหมองคล้ำ กระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น

โพลาร์คูล เหมาะกับใคร? 

นี่คือโปรแกรมดูแลผิวพรรณที่สามารถทำได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เพราะเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยฟื้นฟูผิวได้ในระยะยาว ยิ่งดูแลได้ไว ยิ่งช่วยคงความสดใสอ่อนเยาว์ของผิวได้นานยิ่งขึ้น นอกจากนั้นหากใครที่มีปัญหาผิวในเรื่องอื่นๆ ก็สามารถแก้ไขได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • คนที่ต้องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสิว 
  • คนที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวหมองคล้ำ 
  • คนที่ต้องการแก้ไขปัญหาฝ้า จุดด่างดำ
  • คนที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้าน 
  • คนที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวไม่แข็งแรง ขาดความยืดหยุ่น

ทำไมต้องทำ Polar Cool?

โพลาร์คูล เป็นการใช้เทคโนโลยีหลายอย่างผสานรวมกันเพื่อนำมาช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างครบวงจรมากสุด จากคุณสมบัติของเทคโนโลยีที่ผสานเข้าด้วยกันเอาไว้ในเครื่องเดียวนี้เอง จึงทำให้เป็นโปรแกรมดูแลผิวพรรณที่ครอบคลุมปัญหาในหลายมิติ ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครบถ้วน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีการใช้เข็ม เพราะเป็นการใช้คลื่นพลังงานปล่อยลงสู่ผิว จึงรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ผิวสดชื่น ไม่เจ็บ ไม่เกิดอาการผิวช้ำหรือหน้าบวม สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน เมื่อทำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ จะยิ่งช่วยเพิ่มผลลัพธ์ที่ดี คงผิวสวยสุขภาพดี หน้าเด็กไปได้ตลอด

Polar Cool ช่วยเรื่องอะไร?

ด้วยคุณสมบัติเด่นของ โพลาร์คูล ที่ครอบคลุมทุกปัญหาผิวตั้งแต่ฟื้นฟู บำรุง ไปจนถึงบำบัดผิว จึงทำให้ผิวได้รับประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างล้ำลึก เพราะเป็นการเสริมคุณสมบัติเด่นของทั้ง 3 เทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันในหนึ่งเดียว นำไปสู่ผลลัพธ์สุดปัง ดังนี้

  • ช่วยให้สิวแห้งและยุบไว ทั้งยังช่วยให้รอยดำจากสิวจางลงได้อีกด้วย
  • ช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส 
  • ช่วยปรับสีผิวสม่ำเสมอ ลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า ให้จางลง
  • ช่วยเติมน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ผิวเต่งตึง
  • กระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เส้นใยแน่นมากขึ้น
  • ช่วยกระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียนมากขึ้น
  • ลดอาการอักเสบที่เกิดจากสิว

โพลาร์คูล เหมาะกับใคร?

โปรแกรมโพลาร์คูลเหมาะกับทุกคนที่อยากดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดีอยู่ตลอด แต่ก็ยังกลุ่มคนที่ต้องรีบฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน จะมีกลุ่มไหนบ้างนั้นไปเช็กลิสต์พร้อมกันเลยค่ะ ว่าตัวเราเข้าเกณฑ์ผิวพังหรือยัง

  • คนที่ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น
  • คนที่เป็นสิว และมีรอยดำจากสิว
  • คนที่ผิวเสื่อมสภาพ ผิวเหี่ยวย่น หน้าโทรม
  • คนที่ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • คนที่รูขุมขนกว้าง
  • คนที่มีริ้วรอย มีจุดด่างดำต่างๆ
ทำ Polar Cool กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

การดูแลผิวพรรณด้วยโปรแกรมนี้สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นประมาณ 3 – 4 สัปดาห์แรกหลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคล) ซึ่งผลลัพธ์จะดียิ่งขึ้นและอยู่ได้นานหากทำอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถที่จะเว้นระยะห่างการทำประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน ต่อการทำหนึ่งครั้ง โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด

เลือกทำ โพลาร์คูล ที่ไหนดี?

การจะเลือกทำโปรแกรมดูแลผิวพรรณแต่ละทีต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ จึงต้องเลือกจากปัจจัยเหล่านี้

แพทย์ผู้ทำการรักษา ต้องมีประสบการณ์สูงและเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงจะสามารถเข้าใจความต้องการ ปัญหา สภาพผิว โครงสร้างใบหน้า ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปแต่ละคน เพื่อทำการออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล

คลินิกได้มาตรฐาน สถานที่สะอาด ห้องทำหัตถการเป็นสัดส่วน อุปกรณ์ที่ใช้ถูกสุขอนามัย 

ใช้ของแท้ ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ใช้เป็นของแท้ สามารถตรวจสอบได้ มีการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง

พนักงานมืออาชีพ สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างครบถ้วน ดูแลติดตามผลอย่างใกล้ชิด

มีรีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์หลังทำ นำมาประกอบการตัดสินใจ

Polar Cool ราคาเท่าไหร่?

ในส่วนของราคานั้นขึ้นอยู่กับโปรโมชันในแต่ละช่วง รวมถึงการวางแผนการรักษาในแต่ละรายบุคคล โดยแพทย์เป็นผู้คำนวนออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละเคส โดยสามารถทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดเฉพาะบุคคลกับแอดมินได้เลยนะคะ เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ลึกและเจาะจงมากขึ้นค่ะ

ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลหลังทำ Polar Cool

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย ไม่เกิดผลข้างเคียงตามมาหลังทำ สิ่งสำคัญที่ต้องทำเลยคือต้องมีการเตรียมตัวก่อนที่จะเข้ารับบริการและต้องดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม โพลาร์คูล ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ช่วยคงผลลัพธ์ให้อยู่นานขึ้นไปอีก

เตรียมตัวก่อนทำ
  • งดทำทรีตเมนต์ที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเครื่อง เช่น การสครับผิว ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว เป็นต้น เพราะจะทำให้ผิวบอบบาง อ่อนแอ ไวต่อสิ่งกระตุ้น
  • งดดื่มแอลกอฮออล์ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อป้องกันการไหลเวียนของเลือดที่มากกว่าปกติ อาจส่งผลให้เกิดอาการผิวบวมแดงได้ง่าย
  • งดการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องโดนแดดจัดๆ ก่อนเข้ารับบริการ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ ให้เพียงพอ 1 – 2 ลิตร หรือ  6 – 8 แก้วต่อวัน 
ดูแลตัวเองหลังทำ
  • งดออกแดดในช่วงแรกหลังทำ เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงและฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อการปกป้องผิวขั้นสุด
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง
  • ทามอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำ เพื่อคงผิวสุขภาพดี ยืดหยุ่น และแข็งแรงไว้ได้นานยิ่งขึ้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน 1 – 2 ลิตรต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือการออกกำลังกายหนักๆ หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องโดนแดดนานๆ 
  • งดให้ผิวปะทะกับความร้อนสูง เช่น อาบแดด เข้าเซาว์น่า เป็นต้น
รีวิวจากคนไข้จริง

อีกหนึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจนั่นก็คือ รีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริงหลังทำ โพลาร์คูล เพื่อให้ได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนมากขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าผิวก่อนทำจะมีความหมองคล้ำ ผิวจุดด่างดำ ผิวแห้งกร้าน แต่หลังทำไปได้ประมาณ 1 เดือน จะสังเกตได้ว่าผิวกระจ่างใส เรียบเนียน ผิวละเอียดสวย หน้าสดใส ดูเด็กลง

จากข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้นที่ได้กล่าวมานั้น น่าจะพอช่วยให้เข้าใจ โพลาร์คูล ได้ดียิ่งขึ้น ไม่มากก็น้อย แต่หากใครที่ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เราได้รวบรวมเอาคำถามที่พบได้บ่อยมาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ หากใครที่มีคำถามเพ่มเติมทักแอดมินได้เลยนะคะ ไปดูกันเลย

ไม่เจ็บค่ะ เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ใช้เข็ม เป็นการใช้คลื่นพลังงานประจุไอออนบวกลบ ความเย็น และแสง LED กระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิว แต่ในรายที่ผิวบอบบางหรือผิวเซนซิทีฟอาจจะทำให้รู้สึกว่ามีอะไรมากระทบผิวได้บ้างเล็กน้อย

สามารถทำได้ค่ะ แต่จะต้องให้คุณหมอเป็นผู้วินิจฉัยและเลือกวางลำดับก่อนหรือหลังให้เหมาะสมกับแต่ละคนนะคะ โดยคุณหมออาจจะเลือกให้ทำ Polar Cool ก่อน และเว้นระยะให้เหมาะสมแล้วจึงกลับมา ฉีดฟิลเลอร์อีกครั้ง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมอ

ทำได้ค่ะ เพราะไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ใช่การใช้เข็ม ผิวจึงไม่เกิดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยหากต้องการทำหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วย สามารถแจ้งความต้องการกับคุณหมอได้เลยค่ะ จะได้วางแผนออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละรายบุคคลมากที่สุด

หลังทำหน้าไม่เป็นแผลค่ะ เพราะเป็นการปล่อยประจุไฟฟ้าไอออน ใช้คลื่นพลังงานความเย็น และใช้แสง LED ปล่อยลงสู่ผิว โดยที่ไม่ใช้เข็ม ไม่ใช่การผ่าตัด หน้าจึงไม่เกิดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

เพื่อผิวพรรณที่สวยกระจ่างใส ผิวแข็งแรง สุขภาพดี หน้าดูเด็กลง การดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถคงปัญหาไม่ลุกลามเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการบำรุงฟื้นฟูผิวให้คงความสดใส หน้าเด็ก อยู่กับเราไปได้นานยิ่งขึ้น โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีประสบการณ์สูง ใช้นวัตกรรมที่เป็นของแท้ สามารถเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงดีขึ้นและปลอดภัย หากต้องการผิวสวย หน้าใส ดูเด็กลง สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมกับ เดอะภู แบงค็อก คลินิก (The Phu Bangkok Clinic) ได้เลยนะคะ พร้อมอวดหน้าเป๊ะ ผิวปัง ได้อย่างมั่นใจ

The post Polar Cool เผยผิวใส กระชับรูขุมขน วิตามินสู่ผิว เคลียร์จบทุกปัญหาผิว appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>