กันแดดห้ามขาด ถ้าไม่อยากให้หน้าเป็นฝ้า

กันแดดห้ามขาด ถ้าไม่อยากให้หน้าเป็นฝ้า

กันแดดห้ามขาด ถ้าไม่อยากให้หน้าเป็นฝ้า แสงแดด คือส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ให้ทั้งประโยชน์มากมาย แต่ก็แฝงไปด้วยอันตรายที่เราอาจจะมองข้ามไปด้วยค่ะ โดยแสงแดดนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาผิวพัง หน้าเหี่ยว เกิดความหมองคล้ำ รวมไปถึงปัญหา ฝ้า กระ ได้เลยนะคะ หากไม่รู้จักป้องกันหรือรักษาให้ดีบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องสนุกแน่นอน ถ้าอย่างนั้นเราไปทำความรู้กับ แสงแดด กันดีกว่าค่ะ ว่าทำไมจึงทำร้ายผิวได้มากขนาดนี้และจะสามารถป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้อย่างไรบ้าง

อันตรายที่แฝงใน แสงแดด 

แสงแดด ไม่ได้มีเพียงแค่พลังงานความร้อนเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยอันตรายที่ทำร้ายผิวได้เป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดโรคผิวหนัง ผิวเหี่ยวดูแก่กว่าวัย ปัญหาผิวต่างๆ รวมถึงการเกิด ฝ้า กระ ได้อีกด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เราไปทำความรู้จักกันเลยค่ะ

รังสี UVA เป็นรังสีที่สามารถทะลุลงไปได้ถึงชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ เมื่อผิวได้รับรังสี UVA นั้นมากๆ มีโอกาสที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระต้นเหตุของผิวเสื่อมโทรม ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวเหี่ยวย่น เกิดความหมองคล้ำ มีริ้วรอยก่อนวัย

รังสี UVB เป็นรังสีที่สามารถทำให้เกิดการสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวเบิร์น เกิดอาการแสบร้อน แต่รังสี UVB ไม่สามารถทะลุลงไปสู่ชั้นผิวลึกเหมือนกับรังสีชนิดอื่น

รังสี UVC เป็นรังสีที่มีประโยชน์มากช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ และก็ทำร้ายผิวได้มากช่นกัน และหากได้รับรังสี UVC เป็นเวลานานๆ สามารถทำให้ผิวไหม้ เกิดมะเร็งผิวหนัง หากกระทบกับดวงตายังทำให้กระจกตาอักเสบ กระจกตาเป็นต้อได้ 

กันแดดห้ามขาด ถ้าไม่อยากให้หน้าเป็นฝ้า ปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยครีมกันแดด ไอเทมสำคัญที่ห้ามลืม

ในเมื่อเรารู้แล้วว่าแสงแดดส่งผลกระทบกับผิวเป็นอย่างมาก และเราก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ตลอดเวลา ดังนั้น การสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายก็จะช่วยไม่ให้แสงแดดกระทบผิวโดยตรงได้ส่วนหนึ่งแต่รังสีก็ยังสามารถทะลุเสื้อผ้าเข้ามาได้อยู่ดี อีกหนึ่งสิ่งที่สามารถปกป้องผิวของเราจากรังสียูวีได้อีกชั้นคงไม่พ้น ครีมกันแดด ของใกล้ตัวที่หาได้ไม่ยากและในปัจจุบันก็มีหลายสูตรด้วยกัน นอกจากป้องกันรังสียูวีได้แล้ว ยังสามารถช่วยบำรุงผิวพรรรณได้อีกด้วย โดยมีวิธีเลือกครีมกันแดด ดังนี้

ต้องปกป้องผิวได้อย่างครอบคลุม โดยเลือกครีมกันแดดที่สามารถปกป้องรังสีได้ทั้ง UVA และ UVB จึงต้องอ่านฉลากให้ครบถ้วน เพื่อที่จะได้สามารถดูแลผิวได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด

ต้องมี SPF มากกว่า 30 ขึ้นไป ในปัจจุบันหากเป็นครีมกันแดดมักจะออกมาในระดับของ SPF 50 กันมากแล้วค่ะ และ SPF 30 ยังมีผสมอยู่ในเครื่องสำอางอีกด้วย ซึ่งตั้งแต่ในระดับ SPF 30 ขึ้นไปจะสามารถช่วยปกป้องรังสี UV ได้มากกว่า 97 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป 

เลือกครีมกันแดดประเภทกันน้ำหรือกันเหงื่อ เนื่องจากอากาศบ้านเราที่ร้อนมากทำให้เหงื่อออกได้ง่าย หรือต้องทำกิจกรรมที่ต้องโดนน้ำ หากครีมกันแดดไม่ใช่แบบ water resistant จะทำให้ติดทนไม่นานและหลุดออกได้ง่าย

ทาครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพ

  • ก่อนออกแดดควรทาครีมกันแดดทิ้งไว้ประมาณ 15 หรือ 30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดเซ็ตตัวได้เต็มที่ พร้อมปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทาครีมกันแดดก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง 
  • ครีมกันแดดสามารถทาได้ทั้งตัว ลำคอ แขน ขา หรือส่วนที่ต้องเปิดปะทะกับแสงแดด ส่วนของบริเวณริมฝีปากสามารถใช้เป็นลิปที่มีส่วนผสมของสารกันแดดได้ด้วยเช่นกันค่ะ
  • ทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้กันแดดสามารถปกป้องผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากการทาครีมกันแดดแล้ว การสวมใส่เสื้อผ้า หรือใช้ผ้าคลุมปกปิดร่างกาย ก็สามารถช่วยให้แสงแดดกระทบกับผิวน้อยลง แต่บอกเลยว่ารังสียูวีนั้นสามารถทะลุผ่านเสื้อผ้าได้ด้วย ครีมกันแดดจึงช่วยปกป้องผิวได้แต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อเวลาผ่านไปโอกาสการเกิดปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ ขึ้นได้ โดยเมื่อปัญหาเหล่านั้นมาเยือนการรักษาด้วยวิธีทั่วไปคงเอาไม่อยู่ หากต้องการตัวช่วยในการรักษาฝ้าให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ขอแนะนำโปรแกรม Super Bright Laser เลเซอร์รักษาฝ้า ที่สามารถตรงเข้าจัดการกับเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ได้งานผิวสวย เรียบเนียน กระจ่างใส กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เส้นใยแน่นขึ้น สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหลังทำตั้งแต่ครั้งแรก (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ไม่ต้องรอลุ้นผลลัพธ์แบบการใช้ครีมทาฝ้า หากต้องการดูแลผิวหน้า รักษาฝ้าให้ดีขึ้น สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ The Phu Bangkok Clinic เพราะที่นี่เลือกใช้เครื่องเลเซอร์ที่เป็นของแท้ ดูแลโดยทีมแพทย์มากประสบการณ์ แพทย์เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สามารถออกแบบการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ได้อย่างแม่นยำ เห็นผลลัพธ์ที่ดีหลังทำและปลอดภัย