The Phu Bangkok clinic https://thephubangkokclinic.com/ คลินิกเวชกรรมความงาม และ เลเซอร์ที่ บริการเกี่ยวกับ การดูแลผิวหนัง ปรับรูปหน้า โดยใช้ผลิตภัณฑ์และเลเซอร์ชั้นนำระดับโลก Tue, 28 Nov 2023 03:33:33 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.6.1 https://thephubangkokclinic.com/wp-content/uploads/2023/06/The-Phu-bangkok-clinic-คลินิกเวชกรรมความงาม-150x150.webp The Phu Bangkok clinic https://thephubangkokclinic.com/ 32 32 Botox injections ⋮ ฉีดโบท็อกลดกราม Botox แท้กับปลอมต่างกันอย่างไร? https://thephubangkokclinic.com/botox-injections/ Mon, 27 Nov 2023 06:17:31 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=13060 Botox injections ฉีดโบท็อกลดกราม Botox แท้กับปลอมต่างกันอย่างไร?

The post Botox injections ⋮ ฉีดโบท็อกลดกราม Botox แท้กับปลอมต่างกันอย่างไร? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Botox injections ฉีดโบท็อกลดกราม Botox แท้กับปลอมต่างกันอย่างไร?

ฉีดโบท็อกลดกรามหน้าเรียว

Botox injections ฉีดโบท็อกลดกราม การปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนนั้น แพทย์มักจะแนะนำให้ใช้วิธีการฉีดโบท็อก เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยหนึ่งในบริเวณใบหน้าที่มักจะถูกปรับแก้เป็นอันดับต้นๆ คือ โบท็อกลดกราม ซึ่งสามารถช่วยให้กรามเล็กลง ใบหน้าเรียวขึ้นได้ อย่างเป็นกธรรมชาติ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องเลือกฉีดกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นอกจากนั้นยังต้องฉีดด้วย Botox แท้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อักเสบ ติดเชื้อ หนังตาตก หน้าเบี้ยว มุมปากตก แก้มห้อย รวมถึงเสี่ยงเกิดอาการดื้อโบท็อกได้มากขึ้นอีกด้วย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ฉีดโบท็อกลดกราม ดีไหม? โบท็อกหน้าเรียว เห็นผลจริงหรือไม่? ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกซ์? ในบทความนี้จึงรวบรวมรายละเอียดของ โบท็อกลดกรามหน้าเรียว เอาไว้ค่ะ 

Botox injections ฉีดโบท็อกลดกรามหน้าเรียว

โบท็อกกราม ช่วยอะไร ?

การฉีดโบท็อกลดกราม สามารถช่วยในเรื่องของการปรับรูปหน้าเรียวสวย กรามเล็กลง ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น โดยโบท็อกซ์มีคุณสมบัติเด่นในการออกฤทธิ์กับระบบประสาทที่บังคับกล้ามเนื้อ โดยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวลงชั่วคราว จึงทำงานได้น้อยลง ใบหน้าจึงดูเล็กลง หน้าเรียวมีมิติ หากต้องการปรับใบหน้าให้สวยในองค์รวมนอกจากฉีดโบท็อกลดกรามแล้ว ควรฉีดควบคู่กับโบท็อกลิฟกรอบหน้า เพื่อให้ใบหน้าได้สัดส่วน ดูดีขึ้นในทุกมิติ

ฉีดโบท็อก หน้าเรียวจริงไหม ?

การฉีดโบท็อกออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อโดยตรง จึงทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก ยกกระชับ แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ดีและเห็นผลชัดเจน โดยแพทย์จะต้องวิเคราะห์ปัญหา สภาพผิว และความต้องการ ให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคนมากที่สุด เพราะปัญหาเรื่องของใบหน้าในแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน หากเรื่องของรูปหน้านั้นไม่ได้เกี่ยวกับกล้ามเนื้อเป็นต้นเหตุ เช่น ปัญหาที่ชั้นกระดูกทรุด ปัญหาที่ชั้นไขมัน เป็นต้น การฉีดโบท็อกก็จะไม่ได้ผลตามต้องการ จึงต้องดูแลโดยแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้ได้วิธีการดูแลใบหน้าที่เหมาะสมกับแต่ละรายบุคคลมากที่สุด

อยากหน้าเรียว ต้องทำโบท็อกลดกรามเท่านั้นจริงหรือ ?

ปรับหน้าเรียว มีด้วยกันหลากหลายวิธี การฉีดโบท็อกหน้าเรียว เป็นเพียงหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น ซึ่งในแต่ละเคสแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและออกแบบการรักษาให้เฉพาะราย ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน โดยมีหัตถการปรับรูปหน้าที่สามารถทำได้หลักๆ ดังนี้

  • ฉีดโบท็อกลดกราม (Botox injections jaw) ช่วยให้บริเวณกรามดูเล็กลง มี V-Shape
  • การฉีดฟิลเลอร์คาง สามารถช่วยเสริมรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น จากหน้าสั้นให้ดูยาวขึ้น ใครที่มีคางตัด คางบุ๋ม ก็สามารถเติมให้คางเต็มขึ้นได้ ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถเห็นผลทันทีหลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล)
  • การร้อยไหมหน้าเรียว เป็นการดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้น ผิวเรียบเนียน หน้าดูเรียวสวยได้รูป
  • การทำ Ultraformer III เป็นการใช้คลื่นพลังงานส่งตรงเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS และสามารถช่วยลดเหนียง สลายไขมันใต้ชั้นผิวได้ จึงช่วยยกกระชับ ปรับหน้าเรียว แก้ปัญหาแก้มห้อย หน้าหย่อนคล้อย เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

ฉีดโบท็อกลดกราม กับ การร้อยไหมหน้าเรียว อันไหนดี?

ทั้งสองหัตถการสามารถช่วยให้หน้าเรียว ปรับรูปหน้าให้ได้รูป โดยขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย โดยโบท็อกนั้นมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว กล้ามเนื้อจึงเล็กลง แต่ร้อยไหมมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการยกกระชับ แก้ปัญหาแก้มห้อย ความหย่อนคล้อย จึงต้องเลือกทำตามความเหมาะสม หรือหากเลือกทำควบคู่กันก็สามารทำได้จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่ต้องให้แพทย์เป็นผู้ออกแบบการรักษาให้เฉพาะราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและรับกับใบหน้าของแต่ละคนมากที่สุด

ฉีดโบลดกราม เหมาะกับใคร?

เป็นวิธีที่สามารถทำได้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น แต่หากใครที่มีโครงสร้างกระดูกใหญ่จนทำให้กรามและส่วนต่างๆ ของใบหน้า ใหญ่ตามไปด้วย อาจจะต้องใช้วิธีการอื่นในการช่วยปรับรูปหน้าเรียว แทนการฉีดโบท็อกลดกราม สำหรับกลุ่มคนที่ต้องฉีดโบลดกราม มีด้วยกันดังนี้

  • คนที่มีปัญหาหน้าบาน กรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อบริเวณกรามเยอะ
  • คนที่มีปัญหาหน้ากลม อยากได้หน้าเรียว มี V-Shape
  • คนที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด
  • คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย เหนียงห้อย
  • คนที่อยากลดกรามให้เรียวเล็ก แต่ไม่อยากผ่าตัด

ฉีดโบท็อกกรามเจ็บไหม?

สำหรับบริการฉีดโบท็อกลดกราม จะมีการประคบเย็นทั้งก่อนและระหว่างฉีดเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย สบายผิวมากขึ้น จึงไม่รู้สึกเจ็บ แต่ในรายที่ไวต่อความรู้สึกอาจจะต้องรู้สึกเจ็บจี๊ดได้เล็กน้อย ถ้าหากเป็นคนที่กลัวเข็มมากเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับเข็ม สามารถแจ้งแพทย์ก่อนฉีดเพื่อใช้ยาชาเข้าช่วยได้ค่ะ

ฉีดโบท็อกลดกราม หน้าแข็ง ยิ้มไม่สุด แสดงอารมณ์ไม่ได้ จริงไหม ?

  อีกหนึ่งข้อกังวลใจเกี่ยวกับการฉีดโบท็อก คือเรื่องของปัญหาหน้าแข็ง ยิ้มแล้วเหมือนไม่ยิ้ม แสดงอารมณ์อย่างไรหน้าก็เหมือนเดิมไม่ขยับ หลังฉีดโบท็อกลดกราม ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ค่ะ โดยมีสาเหตุดังนี้

แพทย์ไม่มีประสบการณ์ 

  • ทำให้การวางตำแหน่งฉีดไม่แม่นยำ วางตัวยาได้ไม่ตรงกล้ามเนื้อที่ต้องการแก้ไขปัญหา
  • คำนวนปริมาณยูนิตที่ใช้ไม่เหมาะสม ฉีดเยอะจนทำให้กล้ามเนื้อแข็งมากเกินไป ไม่เป็นธรรมชาติ
  • กล้ามเนื้อใหญ่จึงฉีดเยอะในครั้งเดียว ทำให้เกิดอาการหน้าแข็ง หากแพทย์มีประสบการณ์จะวางแผนการรักษาแบ่วงช่วงฉีดและคำนวนยูนิตได้อย่างเหมาะสม

ใช้โบท็อกปลอม

  • ตัวยาไม่บริสุทธิ์ ไม่ได้มาตรฐาน ตัวยาทำงานได้ไม่เป็นปกติ เกิดการกระจายตัวที่ไม่สม่ำเสมอ จึงอาจไปโดยกับกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ เกิดอาการหน้าแข็งขึ้นได้ ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงของผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ตามมา

ทำไม ฉีดโบท็อกลดกรามแล้ว เหนียงเยอะขึ้น?

สาเหตุที่ฉีดโบท็อกลดกรามแล้วมีเหนียง สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่กล้ามเนื้อกรามลดลงส่งผลให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อยลงเพราะไม่มีแรงดึงรั้งจากส่วนบน แต่ในส่วนล่างยังคงมีแรงดึงรั้งเอาไว้ ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยลงมากองกันบริเวณใต้กรามจึงทำให้เห็นเหนียงชัดขึ้น โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยให้เหมาะกับแต่ละเคสมากที่สุด โดยแพทย์จะเลือกใช้เทคนิคที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอหรือการฉีดโบลิฟกรอบหน้าร่วมด้วยจะช่วยให้ลดปัญหาการเกิดเหนียง เพิ่มประสิทธภาพของผลลัพธ์ให้มากขึ้น

โบท็อกลดกราม ฉีดง่าย เลือกฉีดกับใครก็ได้?

การฉีดโบท็อกลดกราม หรือทำหัตถการใดๆ ไม่ควรเลือกฉีดกับใครก็ได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเท่านั้น ไม่สามารถฉีดกับพยาบาลได้ เพราะจะทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมา ไม่ว่าจะเป็น หนังตาตก ปากเบี้ยว ยิ้มแข็ง เป็นต้น เพราะไม่ใช่คุณหมอจึงไม่เข้าใจเทคนิคการฉีดโบที่ถูกต้อง คำนวนยูนิตที่ฉีดและวางระยะห่างของการฉีดซ้ำไม่เหมาะสม นอกจากนั้นการฉีดกับหมอกระเป๋าจะทำให้เราได้รับโบท็อกซ์ปลอม จึงอาจทำให้เกิดปัญหาหน้าผิดรูป อักเสบ ติดเชื้อ ทั้งยังเพิ่มโอกาสการดื้อโบท็อกให้มากขึ้นได้อีกด้วย เพราะโบท็อกซ์แท้จะจำหน่ายให้เฉพาะแพทย์ที่มีใบอนุญาตและคลินิกที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฏหมายเท่านั้น

ปากเบี้ยว เพราะฉีดโบท็อกลดกราม เกิดจากอะไร ?

อาการปากเบี้ยวหลังจากฉีดโบลดกรามอาจเกิดขึ้นได้ เพราะตัวยาไปโดนเข้ากับกล้ามเนื้อ ไรโซเรียส (Risorius) หรือ ไซโกมาติก (Zygomatic) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการขยับมุมปาก จึงเกิดอาการปากเบี้ยว มุมปากตก หรือมุมปากทั้งสองข้างไม่เท่ากันขึ้นได้ ปัจจัยมาจากแพทย์ผู้ทำการรักษามีประสบการณ์ที่ไม่เพียงพอ จึงอาจจะวางตำแหน่งการฉีดเคลื่อนไปจากตำแหน่งที่ต้องการรักษา หรือเลือกคุณสมบัติของโบท็อกที่มีการกระจายตัวไม่เท่ากันซึ่งไม่เหมาะกับเคสที่ต้องรักษา จึงทำให้ตัวยามีโอกาสไปโดนกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ต้องการ เกิดเป็นปัญหาปากเบี้ยว มุมปากตก ได้ค่ะ

ฉีดโบท็อกกรามแล้วหน้าตอบ จริงหรือ?

  การฉีดโบลดกรามแล้วเกิดปัญหาหน้าตอบนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ สาเหตุมาจากการวางตำแหน่งของโบท็อกซ์คลาดเคลื่อน ฉีดในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ไม่ต้องการแก้ไขเกิดการคลายตัวเล็กลงส่งผลให้โหนกแก้มนูนสูงชัดขึ้น เพราะแพทย์มีประสบการณ์น้อยหรือไม่เชี่ยวชาญทำให้การวางตำแหน่งโบท็อกไม่แม่นยำ รวมถึงเลือกยี่ห้อโบท็อกที่มีการกระจายตัวกว้างมาฉีดในจุดที่ต้องการเน้นในบริเวณแคบ จึงอาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา 

ฉีดโบท็อกลดกราม เลือกโบท็อกอเมริกา หรือ โบท็อกเกาหลี ดีกว่ากัน?

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์อเมริกาและโบท็อกเกาหลีนั้นมีความใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดริ้วรอย ช่วยยกกระชับ แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย เป็นต้น จะต่างกันออกไปในเรื่องของคุณสมบัติ การออกฤทธิ์ของตัวยา รวมถึงระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ไม่เท่ากัน แพทย์จะเป็นผู้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับแต่ละเคสมากที่สุด เพราะแต่ละเคสมีความต้องการ สภาพผิว โครงสร้างหน้า ปัญหา ความใหญ่ของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ที่ไม่เหมือนกัน จึงต้องวางแผนการรักษาแบบเฉพาะรายบุคคล โดยมีความแตกต่างระหว่าง โบท็อกอเมริกา และ โบท็อกเกาหลี ดังนี้

โบท็อกอเมริกา มีความบริสุทธิ์สูง ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ออกฤทธิ์ค่อนข้างไว แต่มีราคาที่สูงกว่า

โบท็อกเกาหลี มีความบริสุทธิ์สูงแต่น้อยกว่าโบท็อกอเมริกาเล็กน้อย ให้ผลลัพธ์ที่ดีใกล้เคียงกับโบอเมริกา แต่ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นกว่าและมีราคาที่ถูกกว่า

วิธีดูโบท็อกปลอม ดูอย่างไร?

ก่อนที่จะฉีดโบท็อกทุกครั้ง ควรต้องตรวจสอบความถูกต้องของโบท็อกซ์ที่เลือกฉีดให้ครบถ้วนเสียก่อน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ดีตามมา โดยมีวิธีสังเกตโบท็อกซ์แท้ ได้ดังนี้

  • เช็กสภาพบรรจุภัณฑ์ทั้งตัวกล่องและขวดยาต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้ รวมถึงเป็นของใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน
  • ขอดูตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมยา แกะกล่อง รวมถึงผสมโบท็อกซ์ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการสลับตัวยาอื่นมาฉีดให้ 
  • ดู วันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุ พร้อมด้วย Lot no. ที่ระบุไว้ ซึ่งสามารถนำไปตรวจเช็กกับทางบริษัทผู้นำเข้าได้ โดยแต่ละยี่ห้อจะมีวิธีการเช็กที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ตรวจเช็กทางแอปพลิเคชันหรือตรวจเช็กทางทางเว็บไซต์ เป็นต้น

ฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผล ?

ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกลดกรามสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ใน 1 – 2 เดือน เพราะความหนาแน่น ความใหญ่ของกล้ามเนื้อแต่ละคนไม่เท่ากัน ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล

โบท็อกลดกราม ต้องฉีดบ่อยไหม? ผลลัพธ์อยู่ได้นานกี่เดือน?

เนื่องจากบริเวณกรามคือส่วนที่มีกล้ามเนื้อเยอะและต้องขยับใช้งานอยู่ตลอด โบท็อกจึงค่อยๆ ออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้ออย่างช้าๆ ทำให้หลังฉีดโบลดกรามจะเริ่มเห็นผลในช่วงระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเต็มที่ใน 2 – 3 เดือน ซึ่งผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำและยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่มีความแตกต่างกันออกไป นอกจากนั้นผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย เพราะแต่ละคนมีกล้ามเนื้อที่ไม่เท่ากัน ระยะเวลาจึงไม่เหมือนกัน การดูแลตัวเองหลังทำจึงสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตัวยาให้ทำงานได้เต็มที่ และยืดอายุของผลลัพธ์ให้อยู่กับเราได้นานมากขึ้น โดยสามารถฉีดซ้ำได้ทุกๆ 5 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ไม่ให้เกิดขึ้น

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม อันตรายไหม?

การฉีดโบท็อกนั้นไม่อันตราย หากฉีดโดยแพทย์มากประสบการณ์ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สามารถวิเคราะห์และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล วางตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ คำนวนปริมาณยูนิตที่ใช้ได้ถูกต้อง ฉีดด้วยโบท็อกแท้ ผลลัพธ์จึงออกมาดี ไม่เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการตามมา ลดโอกาสเสี่ยงการเกิดอาการดื้อโบได้อีกด้วย โดยผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดโบท็อก มีดังนี้

  • หากแพทย์ไม่มีประสบการณ์เพียงพอ อาจทำให้คำนวนปริมาณยูนิตที่จะฉีดไม่ถูกต้อง วางตำแหน่งการฉีดไม่แม่นยำ เว้นระยะความถี่ในการฉีดไม่เหมาะสม นำไปสู่ปัญหา หน้าแข็ง ยิ้มแล้วเหมือนไม่ยิ้ม ดื้อโบท็อก เกิดขึ้นในอนาคตได้
  • ฉีดกับหมอกระเป๋า ด้วยเทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ ในบริเวณที่ฉีด ลุกลามกลายเป็นแผลใหญ่ได้
  • โบหิ้ว โบปลอม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ มีโอกาสปนเปื้อนสูง การขนส่งและเก็บรักษาไม่ได้มาตรฐาน เพิ่มโอกาสการเกิดอาการดื้อโบให้มากขึ้นได้อีกด้วย ทั้งยังเป็นการลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฏหมาย

รีวิว ฉีดโบท็อกลดกราม ปรับหน้าเรียว

สำหรับใครที่ยังมองภาพไม่ออกว่าฉีดโบท็อกลดกราม แล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง เราจึงได้นำส่วนหนึ่งของรีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริงมารวบรวมไว้ในบทความนี้ โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าก่อนฉีดว่าหน้าจะดูบาน กรามจะมีขนาดใหญ่ หน้าดูเหลี่ยม แต่หลังฉีดโบท็อกลดกรามจนเริ่มเข้าที่แล้วจะเห็นได้ชัดเลยว่ากรามดูเล็กลง หน้าดูเรียวขึ้น ผิวกระชับ ไม่หย่อนคล้อย

เลือกฉีดโบท็อกลดกราม ที่ไหนดี?

ก่อนที่จะเลือกฉีดโบลดกราม ต้องศีกษาข้อมูลรายละเอียดให้มากและรอบด้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย โดยสามารถเลือกได้จากข้อมูลดังต่อไปนี้

  • คลินิกได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง สถานที่สะอาด มีการจัดสรรพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วน
  • แพทย์ผู้รักษา ต้องเป็นแพทย์มากประสบการณ์ เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเป็นแพทย์จริงที่มีใบรับรองสามารถตรวจสอบได้
  • โบท็อกซ์แท้ สภาพพร้อมใช้งาน มีเลข Lot No. กำกับไว้ ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุไว้อบ่างชัดเจน สามารถตรวจสอบกับบริษัทผู้นำเข้าได้ โดยผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มของแต่ละยี่ห้อ
  • ดูแลโดยพนักงานมืออาชีพ สามารถให้คำปรึกษา แนะนำ และติดตามผลอย่างใกล้ชิด
  • ต้องมีรีวิวผลลัพธ์จากผู้ใช้บริการจริง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสามารถที่จะได้เห็นผลลัพธ์ของจริงก่อนที่จะเลือกฉีดโบท็อกลดกราม

ข้อควรรู้ก่อนฉีด โบท็อกลดกราม

นอกจากต้องเลือกแพทย์และคลินิกที่จะฉีดให้ดีแล้ว การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกลดกรามจะสามารถช่วยให้ระหว่างการรักษาไม่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีดก็จะเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยยืดผลลัพธ์ให้คงอยู่ได้นานขึ้น โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนฉีดโบลดกราม
  • งดยา อาหารเสริม หรือวิตามิน ที่มีผลกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพราะมีโอกาสทำให้เกิดอาการช้ำขึ้นได้ง่าย
  • งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA งดการขัดหรือสครับผิวหน้าก่อนฉีด 1 – 2 วัน ก่อนเข้ามารับบริการ 
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีด
  • หากมียาที่ต้องทานเป็นประจำหรือมีโรคประจำตัว ต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนฉีด
ดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกลดกราม
  •  งดนอนราบ นอนคว่ำ หรือนอนตะแคง ในช่วง 3 – 4 ชั่วโมงแรก เพื่อไม่ให้โบท็อกที่ฉีดไหลไปสู่ตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
  • ไม่ควรกด นวด ขัด ถู หรือสัมผัสแรงๆ บริเวณที่ฉีดโบ เพราะจะทำให้ตัวยาเคลื่อนไปโดนกล้ามเนื้อตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องการ
  • ในช่วง 1 – 2 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดโบท็อกเพื่อให้ตัวยากระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • หลังฉีดอาจมีรอยนูนเกิดขึ้นบนผิวได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และจะหายไปได้เองใน 2 – 3 ชั่วโมง
  • หากมีอาการบวมหรือช้ำสามารถใช้วิธีประคบเย็นเข้าช่วยได้
  • ในช่วง 3 – 5 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการปะทะกับความร้อนโดยตรง ได้แก่ การอยู่หน้าเตาอาหารที่มีความร้อนสูง การเข้าซาวน่า การอบสมุนไพร เป็นต้น 
  • ไม่ควรออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมหนักๆ ในช่วง 1 วันแรกหลังฉีด 
  • งดทำทรีตเมนต์ ใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางค์ ที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ในช่วง 1 วันแรกหลังทำ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ AHA หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว เป็นต้น

โบท็อกลดกราม เป็นทางเลือกในการดูแลปรับหน้าเรียวที่ได้ผลดี เห็นผลเร็ว โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ช่วยให้ใบหน้ากระชับ กรอบหน้าชัดมีมิติ หากทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คงใบหน้าเรียวสวย กระชับ ไว้ได้นานยิ่งขึ้น หากต้องการดูแลใบหน้าและผิวพรรณ สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับ เดอะภู แบงค็อก คลินิก (The Phu Bangkok Clinic) ได้เลยนะคะ

The post Botox injections ⋮ ฉีดโบท็อกลดกราม Botox แท้กับปลอมต่างกันอย่างไร? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Belly Fat ไขมันหน้าท้อง ปล่อยไว้ อันตราย!! รวมวิธีลดไขมันส่วนเกิน https://thephubangkokclinic.com/belly-fat/ Tue, 21 Nov 2023 09:08:24 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=12912 Belly Fat ไขมันหน้าท้อง ปล่อยไว้ อันตราย!! รวมวิธีลดไขมันส่วนเกิน

The post Belly Fat ไขมันหน้าท้อง ปล่อยไว้ อันตราย!! รวมวิธีลดไขมันส่วนเกิน appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Belly Fat ไขมันหน้าท้อง ปล่อยไว้ อันตราย

ไขมันช่องท้อง คืออะไร ? 

Belly Fat ไขมันหน้าท้อง ปล่อยไว้ อันตราย!! รวมวิธีลดไขมันส่วนเกิน ไขมันส่วนเกินที่สะสมบริเวณช่องท้อง (Visceral Fat) เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายเผาผลาญไขมันไม่หมด ส่งผลให้ไขมันที่หลงเหลืออยู่เข้าไปแทรกอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อบริเวณท้องและอวัยวะภายใน ส่งผลให้เกิดเป็นลักษณะของห่วงยางรอบเอว ลงพุง พุงห้อยย้อย เป็นต้น นอกจากนั้นไขมันที่เผาผลายไม่หมดนี้จะเข้าไปอุดตันในเส้นเลือดทำให้การลำเลียงเลือดไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆได้ไม่ดี เป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ เกิดเป็นโรคต่างๆ ตามมา ซึ่งในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับการฉีดสลายไขมัน Lipo – V ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และวิธีลดไขมันหน้าท้องให้ได้ผลดี พร้อมอวดหุ่นสับ เอวเอส ได้อย่างมั่นใจ ด้วยวิธีต่างๆ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

Belly Fat ไขมันหน้าท้อง ปล่อยไว้ อันตราย

ไขมันช่องท้อง (belly fat) เกิดจากอะไร ? 

การสะสมของไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องเกิดขึ้นจากการกินอาหารประเภทไขมัน คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาล ในปริมาณมากเกินความจำเป็นที่ร่างกายต้องการทำให้ร่างกายเผาผลาญไม่หมด จึงถูกแปรสภาพไปเป็นไขมันที่ร่างกายจะนำไปสะสมไว้ตามอวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ยิ่งในรายที่ไม่ได้ออกกำลังกายพลังงานถูกใช้น้อยแต่กลับมีอาหารเข้าไปมากจะทำให้ไขมันยิ่งสะสมเพิ่มพูนมากขึ้นไปอีก

การวัดค่าไขมันในช่องท้อง 

หากต้องการรู้ว่าไขมันช่องท้อง belly fat ของเรานั้นมีมากหรือน้อยแค่ไหน สามารถที่จะวัดได้ด้วยตัวเองตามหลักการที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับซึ่งทำได้เองดังนี้ 

  • ใช้หน่วยวัดเป็นระบบเซนติเมตร โดยนำสายวัดมาวัดที่บริเวณรอบเอว 
  • ใช้หน่วยวัดเป็นระบบเซนติเมตร โดยนำสายวัดมาวัดที่บริเวณรอบสะโพก 
  • นำเอาตัวเลขรอบเอวที่วัดได้หารด้วยตัวเลขที่วัดได้จากรอบสะโพก ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นเลขทศนิยมสองหลัก (รอบเอว ÷ รอบสะโพก = x.xx) 
  • โดยไขมันช่องท้องที่วัดได้ของผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกัน ดังนี้ 
  • ผู้หญิงที่คำนวนผลลัพธ์ออกมาได้มากกว่าค่า 0.80 ถือว่ามีไขมันช่องท้องเยอะ 
  • ผู้ชายที่คำนวนผลลัพธ์ออกมาได้มากกว่าค่า 0.95 ถือว่ามีไขมันช่องท้องเยอะ

ความอันตรายจากการมี ไขมันในช่องท้องเยอะ 

หากต้องการมีสุขภาพที่ดี ปราศจากโรค การลดปริมาณไขมันส่วนเกินที่สะสมมากเกินไปให้น้อยลง จะช่วยให้เรามีร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น กระฉับกระเฉง จะใช้ชีวิตประจำวันหรือขยับตัวทำงานต่างๆ ก็มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยหากยังปล่อยให้ร่างกายสะสมไขมันช่องท้องมากขึ้นเรื่อยๆ ผลเสียที่ตามมามีมากมาย ได้แก่ 

  • เบาหวาน (Diabetes) ไขมันมีผลกับการทำงานของอินซูลินซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมน้ำตาล หากมีไขมันในร่างกายมากเกินไปกระบวนการควบคุมน้ำตาลจะทำได้น้อยลง 
  • ไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) ส่งผลทำให้ร่างกายกระตุ้นระบบการสร้างไขมันเหลวหรือคลอเลสเตอรอลมากขึ้น โดยมีปริมาณมากกว่าไขมันดีในร่างกาย 
  • ความดันโลหิตสูง (Hypertension) ในรายที่มีไขมันสะสมมากเกินไปตัวใหญ่มากขึ้น ทำให้ร่างกายต้องการเลือดและออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ มากขึ้น หัวใจจึงทำงานหนัก ความดันโลหิตจึงสูงขึ้น 
  • โรคหัวใจ (Heart disease) ไขมันที่เข้าไปเกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจ อุดตันตามเส้นเลือด ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น 
  • โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) สืบเนื่องมาจากไขมันที่มากเกินไปเข้าไปอุดตันหลอดเลือดที่เข้าไปเลี้ยงสมอง ทำให้สมองได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ 
  • ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) จะเข้าไปขัดขวางระบบการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลลดลง 
  • หยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) มักพบในคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยไขมันที่มากเกินไปจะเข้าไปขัดขวางการขยายตัวของปอดทำให้ระบบการหายใจผิดปกติในขณะนอนหลับได้ 
  • โรคหัวใจขาดเลือด (Ischaemic heart disease) เมื่อไขมันเลวที่มีมากเกินไปจะเข้าไปตามหลอดเลือดและเกาะผนังหลอดเลือดทำให้เกิดการอุดตันเลือดจึงเข้าไปสู่หัวใจได้น้อยลง หัวใจและระบบไหลเวียนของเลือดจึงทำงานผิดปกติ 
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) การที่มีไขมันในร่างกายสะสมมากส่งผลให้หลอดเลือดสมองมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะตีบตัน กระทบกับร่างกายในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นไขมันอุดตัยในหลอดเลือด ระบบเลือดไหลเวียนผิดปกติ รวมถึงกระตุ้นการเกิดภาวะภูมิแพ้ได้อีกด้วย

ความแตกต่างของ การลดไขมัน กับ การลดน้ำหนัก 

หากพูดถึงเรื่องของการดูแลรูปร่างคนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว มักจะคอยชั่งน้ำหนักอยู่บ่อยๆ เพื่อดูว่าตัวเลขลดลงหรือไม่ แต่การที่เรามีน้ำหนักลดลง กับ การที่เรามีหุ่นดี นั้นไม่เหมือนกันนะคะ ถ้าอย่างนั้นเราไปทำความเข้าใจกันอีกครั้งกับความหมายของทั้ง 2 คำนี้ค่ะ 

การลดน้ำหนัก สามารถทำได้ด้วยหลายวิธี ซึ่งหลายคนเลือกที่จะอดอาหารหรือกินอาหารให้น้อยลง โดยที่ไมได้คำนึงถึงความเหมาะสมของประเภทอาหาร คุณค่าทางโภชนาการ ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย โดยน้ำหนักที่ลดลงไปสามารถมาจากหลายสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้อที่ลดลง ไขมันที่หายไป น้ำในร่างกายน้อยลง เป็นต้น มีโอกาสที่จะกลับมาโยโย่ได้สูง สุขภาพเสีย นอกจากนั้นน้ำหนักที่ลดลงแต่ไขมันตามสัดส่วนต่างๆ ของร่างกายกลับไม่ลดลง 

การลดไขมัน คือการวิเคราะห์ร่างกายว่าเป็นโรคอ้วนหรือไม่ โดยมีจุดที่ต้องลดไขมันหลักๆ คือ ไขมันบริเวณใต้ชั้นผิวหนังตามจุดต่างๆ เช่น ต้นแขน ต้นขา สะโพก หน้าท้อง และไขมันบริเวณช่องท้องที่เกาะตามอวัยวะในร่างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดปัญหาห่วงยางรอบเอว ลงพุง หน้าท้องห้อยย้อย การลดไขมันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ได้หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มควบคู่ไปกับการลดน้ำหนัก เพื่อให้ได้สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ไม่เกิดปัญหาโยโย่ตามมา 

ไขมันส่วนเกินมากขึ้น เสี่ยงเป็น โรคอ้วน!! 

โรคอ้วน เป็นลักษณะของถาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมัน่วนเกินไว้มากกว่าปกติ โดยที่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมด และถูกร่างกายนำไปสะสมไว้ตามอวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลเสียกับสุขภาพได้อย่างร้ายแรง ทั้งยังเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคเรื้อรังได้ การลดไขมันจึงไม่ใช่เพียงการดูแลรูปร่างเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคและช่วยส่งเสริมให้สุขภาพดีขึ้นด้วย 

รวมวิธีลดไขมันบริเวณช่องท้องด้วยตัวเอง 

การลดไขมันบริเวณหน้าท้องสามารถทำได้เอง โดยมีด้วยกันหลากหลายวิธี ซึ่งหลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่าวิธีไหนดีกว่ากันหรือวิธีไหนเห็นผลได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการลดไขมันอยู่ ในบทความนี้เราได้รวบรวมเอาส่วนหนึ่งมาเป็นตัวเลือกให้ได้หยิบไปลองทำกันตามลิสต์ ดังนี้ 

  • การออกกำลังกาย 

เพิ่มเสริมความแข็งแรงของร่างกาย ระบบไหลเวียนของเลือด หัวใจ รวมถึงการทำงานของปอด ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายนำออกซิเจนไปใช้ได้มากขึ้น เผาผลาญน้ำตาลและไขมันได้ดีขึ้น ด้วยการเดิน การวิ่ง ว่ายน้ำ เป็นต้น ไขมันส่วนเกินที่สะสมตามร่างกายโดยเฉพาะไขมันในช่องท้องลดลงตามไปด้วย เพราะการที่ร่างกายได้ขยับจะเกิดการใช้พลังงานเพื่อไปขับเคลื่อนการทำงานของร่างกาย โดยร่างกายจะดึงไขมันใหม่เอาไปใช้เป็นพลังงานก่อน หากยิ่งขยับร่างกายมากขึ้นไปอีกร่างกายจะเริ่มดึงเอาไขมันเก่าที่สะสมไว้ออกมาใช้ได้มากขึ้น ดังนั้นหากเรากินอาหารเข้าไปมากเท่าไหร่ก็ควรเอาพลังงานออกให้มากเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของไขมันไปเรื่อยๆ นำไปสู่การเป็นโรคอ้วนในอนาคตได้ 

  • การควบคุมอาหาร 

ควบคุมอาหาร ไม่ใช่ อดอาหาร เป็นการเลือกกินในสิ่งที่มีประโยชน์ โดยเน้นลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ของทอด ของมัน อาหารที่มีไขมันทรานส์ นอกจากนั้นอาหารประเภทที่มีรสหวานหรือมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบมากๆ ยังมีส่วนทำให้ร่างกายเกิดความอยากอาหารทำให้กินเยอะขึ้น ร่างกายจึงเกิดการสะสมของไขมันที่มากกว่าปกติ การควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกายจะยิ่งช่วยให้ไขมันใหม่ที่จะเข้าไปสะสมมีน้อยลง และยังสามารถช่วยดึงไขมันส่วนเกินในร่างกายออกมาเผาผลาญได้มากขึ้นอีกด้วย โดยการคุมอาหารนั้นร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันจึงต้องคำนวนพลังงานที่ร่างกายจะใช้ในแต่ละวันให้เหมาะกับร่างกายมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมา 

  • ลดความเครียด 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดของความอ้วนและไขมันส่วนเกิน นั่นก็คือ ความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม ต้องหมั่นเช็กสุขาพใจของตัวเองอยู่เสมอ เพราะมีหลายคนที่เครียดโดยไม่รู้ตัว เกิดการสะสมของความเครียดทุกวัน เพราะความเครียดคือตัวกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) หากมีมากเกินไปจะเข้าไปกระตุ้นระบบการทำงานของร่างกายให้เกิดการผิดปกติ บางรายรู้สึกเบื่ออาหาร บางรายรู้สึกหิวมากขึ้น กินมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีพลังงานสูงหรืออาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบสูง เมื่อร่างกายเกิดการแปรปรวนไปเรื่อยๆ ในระยะยาวจะส่งผลเสียกับสุขภาพได้อย่างร้ายแรง  

  • พักผ่อนให้เพียงพอ 

การพักผ่อนนอนหลับเป็นกระบวนการที่สามารถช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกายให้กลับมาพร้อมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นการนอนยังส่งผลกับน้ำหนักและไขมันสะสมได้อีกด้วย เพราะการนอนน้อยไม่ใช่เพียงแค่ทำให้รู้สึกง่วงหรือไม่สดชื่น แต่ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน 2 ชนิด ได้แก่ ฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลทำให้เกิดความเบื่ออาหาร และ ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความหิว เมื่อฮอร์โมนทั้งสองนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงจึงทำให้เกิดความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้น จึงจะสังเกตได้ว่าคนที่นอนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอจะมีความหิวหรืออยากกินอาหารมากกว่าปกติ โดยอาหารที่กินเข้าไปนั้นมักจะเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง อาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลและแป้งมาก ทั้งยังทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย รู้สึกง่วงระหว่างวัน ไม่ค่อยแอคทีฟ ส่งผลให้ร่างกายไม่อยากที่จะใช้พลังงานหรือออกกำลังกาย ระบบเผาผลาญในร่างกายลดลง น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้นและไขมันในช่องท้องจึงเกิดการสะสมเพิ่มมากขึ้น  

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 

การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกฮอล์เป็นประจำจะทำให้ระบบเผาผลาญลดลงและขัดขวางการทำงานของอินซูลินซึ่งมีส่วนช่วยในการดึงน้ำตาลเปลี่ยนไปเป็นพลังงานให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ นอกจากนั้นในหนึ่งแก้วปกติของการดื่มแอลกอฮอล์มีแคลอรี่ปะปนอยู่ รวมถึงมีคาร์โบไฮเดรตเทียบเท่ากับน้ำตาล 1 – 3 ช้อนชา ทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันส่วนเกินสะสมไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เกิดไขมันพอกตับ ไขมันในเลือดสูง และโรคอื่นๆ ตามมาได้ง่ายมากขึ้น 

  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน 

การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันไม่เพียงแต่ส่งผลดีกับสุขภาพแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการลดไขมันและควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย ด้วยการงดน้ำหวานและหันมาดื่มน้ำเปล่าแทนมากขึ้นจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไขมันน้อยลง นอกจากนั้นน้ำเปล่ายังช่วยให้รู้สึกอิ่มไวทานได้น้อยลง ทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบย่อยให้ทำงานได้ดีมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นน้ำยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นได้อีกด้วย  

วิธีลดไขมันหน้าท้อง แบบเร่งด่วน!! 

หากพยายามลดไขมันด้วยตัวเองแล้วแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ แนะนำวิธีลัดสลายไขมันได้อย่างเร่งด่วน เพราะในปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อการดูแลรูปร่างและความงามนั้นได้ถูกพัฒนาออกมาหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็ตอบโจทย์ความต้องการและปัญหาได้ไม่เหมือนกัน โดยจะมีวิธีการใดบ้างนั้นไปดูกันเลย 

  • สลายไขมันด้วยความเย็น (Cryolipolysis) เป็นการใช้เทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น โดยการใช้หัวแอปพลิเคเตอร์ดูดผิวบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมันขึ้นมาและปล่อยพลังงานความเย็นระดับเยือกแข็งอย่างคงที่ตรงเข้าแช่แข็งไขมันใต้ชั้นผิวและสลายไปตามธรรมชาติ แต่หลังทำผิวจะเกิดอาการบวม มีรอยแดง ผิวช้ำง่าย รู้สึกปวด หรือมีอาการแสบคันบริเวณผิวหนังขึ้นได้ ทั้งยังใช้ระยะเวลานานหลายสัปดาห์ในการพักฟื้นกว่ารอยช้ำและความรู้สึกปวดหรือแสบคันจะหายไป นอกจากนั้นกว่าจะเห็นผลก็ต้องใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือนหลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล)
  • การดูดไขมัน (Liposuction) อีกหนึ่งวิธีในการลดไขมันด้วยการใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเหมือนกับท่อสอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังบริเวณที่ต้องการลดไขมัน เพื่อลดปริมาณของไขมันให้น้อยลง ซึ่งในการทำแต่ละครั้งไม่สามารถดูดไขมันจำนวนมากในครั้งเดียวเพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเสียเลือดมาก โดยตำแหน่งที่ทำได้ มีดังนี้ หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก เป็นต้น หลังดูดไขมันยังมีโอกาสที่ผิวไม่เรียบเนียนเป็นคลื่น ผิวเหี่ยว ผิวย้วย ผิวหนังไม่กระชับ ทั้งยังเกิดอาการบวม เขียวช้ำ ในบริเวณที่ทำการดูดไขมันได้อีกด้วย ทำให้ต้องรอพักฟื้นหลายสัปดาห์เพื่อให้รอยต่างๆ หายไป 
  • ผ่าตัดไขมันหน้าท้อง เป็นการผ่าตัดเปิดปากแผลเพื่อเอาไขมันบริเวณหน้าท้องออกไป พร้อมทั้งมีการตกแต่งผิวหนังหน้าท้องให้กระชับขึ้น โดยวิธีนี้จะทำให้เกิดรอยแผล มีอาการปวด ต้องใช้การเย็บแผลร่วมด้วย มีการดูแลที่ยุ่งยาก เสี่ยงเกิดอาการบวม อักเสบ ติดเชื้อ ได้ง่าย นอกจากนั้นยังส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่สะดวก ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานเป็นเดือน มีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นขึ้นได้

ฉีดสลายไขมัน LipoV ลดหน้าท้อง ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลไว!! 

อีกหนึ่งวิธีลดไขมันที่ทำได้ง่าย เห็นผลไว โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการฉีดสลายไขมัน Lipo-V ด้วยการฉีดตัวยาเข้าไปยังเซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวเพื่อให้ไขมันที่เกาะตัวเป็นก้อนแน่นเกิดการแตกตัวเล็กลง ผ่านกระบวนการของร่างกายขับออกไปตามธรรมชาติ ช่วยเร่งการเผาผลาญ ไขมันสลายไวขึ้น

ฉีดสลายไขมัน Lipo-V ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? 

การฉีดสลายไลโปวีนั้น สามารถช่วยได้หลายเรื่อง และเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เราจึงได้รวบรวมเอาข้อดีของการฉีดสลายไขมันมาไว้ให้ตามลิสต์นี้เลยค่ะ 

  • สลายไขมันได้เร็ว ไขมันลดไว 
  • ไม่แสบผิว ไม่เกิดการบวมช้ำเหมือนยาสลายไขมันแบบอื่น 
  • ฉีดเข้าบริเวณที่ต้องการสลายไขมันได้โดยตรง 
  • ไม่ทำลายคอลลาเจน ไม่ทำให้ผิวเหี่ยว ผิวไม่หย่อนคล้อย 
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ผิวเรียบเนียนกระชับ ไม่เป็นคลื่น 
  • ลดการสะสมของไขมันใหม่  
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ 
  • มีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย ตัวยาสลายไปได้เองตามธรรมชาติไม่เกิดการตกค้างในร่างกาย
 ต้องฉีด Lipo V บ่อยแค่ไหน? ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม? 

สำหรับการฉีดไลโปวีสลายไขมันนั้นสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแนะนำให้ฉีดอย่างต่อเนื่องทุกๆ 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกันจึงต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์เพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยมากที่สุด  

Lipo V กับ ดูดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน? 

การจะเลือกลดไขมันด้วยวิธีการไหนดีกว่ากันนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการ สภาพปัญหาของแต่ละรายบุคคล โดยการฉีด Lipo-V เป็นทางเลือกของคนที่อยากเห็นผลไว ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากมีแผลหลังทำ กลัวผิวบวมช้ำ กลัวเจ็บ ไม่อยากมีรอยแผลเป็น ไม่มีเวลาพักฟื้นเพื่อรอให้แผลหาย มีเวลาในการรักษาน้อย ไม่อยากให้กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ไลโปวีจึงสามารถเข้ามาตอบโจทย์ได้ดีกว่าการดูดไขมัน  

ข้อควรรู้ก่อนฉีด Lipo-V 

หากยังมีข้อสงสัยไม่มั่นใจว่าจะเลือกฉีด Lipo-V ที่ไหนดี? สิ่งที่ควรทำคือการศึกษาข้อมูลรายละเอียดให้มาก โดยสามารถเช็กลิสต์ได้จากหัวข้อดังนี้ 

  • หาข้อมูลของหัตถการเพื่อทำความเข้าใจกับ Lipo-V จะได้ทราบว่าวิธีการนี้ตอบโจทย์ความต้องการ มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง เป็นไปตามเงื่อนไขของเราหรือไม่ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์โดยตรงเพื่อให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุด การเข้ามาพบแพทย์โดยตรงจะทำให้แพทย์ได้วิเคราะห์จากปัยหาจริง สภาพผิวจริง รวมถึงได้ทราบถึงความต้องการและเงื่อนไขของคนไข้ที่ไม่เหมือนกัน เพื่อนำมาประกอบการออกแบบวิธีการรักษาให้เหมาะสมมากที่สุด 
  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน สะอาด เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ห้องทำหัตถการมีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัว 
  • เลือกทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงจะสามารถคำนวนปริมาณการฉีด วิเคราะห์สภาพผิวและปัญหา วางตำแหน่งการฉีดที่เหมาะสม 
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ 
  • ดูแลโดยทีมมืออาชีพ สามารถให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา ติดตามแต่ละเคสอย่างใกล้ชิด 
  • มีรีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริง ก่อนที่จะเข้าไปฉีดสลายไขมัน Lipo-V กับที่ไหนก็ตาม อย่าบลืมที่จะหารีวิวจากคนไข้จริงเพื่อดูผลลัพธ์หลังทำว่าตรงตามที่เราต้องการหรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นค่ะ
หลังฉีด Lipo-V ต้องดูแลตัวเองอย่างไร? 

เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของไลโปวี ช่วยให้ผลลัพธ์แสดงผลออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังช่วยคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการดูแลตัวเองหลังทำคืออีกหนึ่งที่สำคัญมาก โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 

  • หลังฉีด Lipo V ไปแล้วควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 2 ลิตรต่อวัน เพราะไขมันที่ถูกตัวยาสลายไปนั้นจะถูกขับออกมาทางเหงื่อและปัสสาวะ หากดื่มน้ำได้มากไขมันส่วนนี้ก็จะถูกขับออกได้มากเช่นกัน 
  • งดเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ประมาณ 1 – 2 วันหลังทำ ช่วยให้ลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำหรืออาการแดงไม่ให้เกิดขึ้นได้ 
  • งดอาหารหมักดอง เพราะอาหารประเภทนี้มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบ ติดเชื้อ หรือบวมได้ง่าย 
  • หลีกเลี่ยงการประคบร้อนหรือโดนความร้อนโดยตรงในบริเวณที่ฉีดไลโปวี เพราะอาจส่งผลกระทบกับตัวยาทำงานได้น้อยลง นอกจากนั้นความร้อนยังเพิ่มการไหลเวียนของเลือดอาจส่งผลให้เกิดอาการบวมหรืออักเสบมากขึ้นได้ 
  • เริ่มวางแผนเรื่องของการควบคุมอาหาร เพราะหากยังมีพฤติกรรมการกินแบบเดิมไขมันใหม่ก็จะสามารถกลับมาสะสมได้อีก หากสามารถจัดการเรื่องของอาหารที่มีประโยชน์ได้จะช่วยให้ผลลัพธ์หลังจากสลายไขมันไปแล้วคงอยู่ได้นาน 
  • เพิ่มตารางการออกกำลังกายเข้ามาเสริมในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยเบิร์นไขมันเก่า ป้องกันไขมันใหม่เข้ามาสะสมได้ ทั้งยังเสริมให้สุขภาพแข็งแรง เมื่อกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นก็จะสามารถลดไขมันให้น้อยลงได้อีกด้วย
Lipo-V เหมาะกับใคร? 

สำหรับใครที่มีปัญหาของไขมันกวนใจต้องการสลายไขมันตามจุดต่างๆ ในร่างกาย สามารถทำได้ทุกคนค่ะ โดยต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์มากประสบการณ์เป็นผู้ออกแบบการรักษาให้เฉพาะรายบุคคล 

  • คนที่ต้องการลดไขมันบริเวณใบหน้า 
  • คนที่ต้องการลดไขมันบริเวณหน้าท้อง 
  • คนที่ต้องการลดไขมันบริเวณต้นแขน 
  • คนที่ต้องการลดไขมันบริเวณต้นขา 
  • คนที่กลัวการผ่าตัด กลัวการดูดไขมัน 
  • คนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น ไม่อยากมีรอยแผล 
  • คนที่กลัวเจ็บ กลัวแสบผิว 
  • คนที่อยากสลายไขมันและไม่อยากให้ผิวหย่อนคล้อย 
  • คนที่ยังไม่เคยฉีดสลายไขมันและไขมันเหล่านั้นเกาะกันแน่นแข็งเป็นก้อน

ลดพุง สลายไขมันหน้าท้อง ด้วยวิธีการฉีด Lipo-V เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นวิธีดูแลรูปร่างที่ง่าย ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ไม่แสบผิว ไม่บวมช้ำหลังทำ เห็นผลไวตั้งแต่ช่วง 7 – 10 วันแรกหลังฉีดสลายไขมัน (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) สามารถทำซ้ำได้ตามต้องการจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจแล้วจึงหยุด แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลโดยแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นผู้ออกแบบการรักษา คำนวนปริมาณการฉีด กำหนดระยะห่างที่จะฉีดซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้ปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เหมาะกับร่างกายของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันออกไป หากใครต้องการดูแลรูปร่างให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา เห็นผลไว และมีความปลอดภัย สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือขอรายละเอียดกับ The Phu Bangkok Clinic (เดอะภู แบงค็อก คลินิก) ได้เลยนะคะ อยากหุ่นดีทักเลยค่ะ 

The post Belly Fat ไขมันหน้าท้อง ปล่อยไว้ อันตราย!! รวมวิธีลดไขมันส่วนเกิน appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ทำไม ไขมันหน้าท้องลดไม่ลง? รวมวิธีเร่งด่วน สลายไขมัน เห็นผลปลอดภัย https://thephubangkokclinic.com/belly-fat-not-decreasing/ Tue, 21 Nov 2023 05:49:13 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=12884 ทำไม ไขมันหน้าท้องลดไม่ลง? รวมวิธีเร่งด่วน สลายไขมัน เห็นผลปลอดภัย

The post ทำไม ไขมันหน้าท้องลดไม่ลง? รวมวิธีเร่งด่วน สลายไขมัน เห็นผลปลอดภัย appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ทำไม ไขมันหน้าท้องลดไม่ลง? รวมวิธีเร่งด่วน

วิธีสลายไขมัน ลดหน้าท้อง

ทำไม ไขมันหน้าท้องลดไม่ลง? เรื่องของการดูแลรูปร่าง กำจัดไขมัน ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ไขมันส่วนเกินยังส่งผลกระทบกับเรื่องของสุขภาพของเราได้อีกด้วย โดยในเรื่องของการดูแลรูปร่างหลายคนเลือกใช้วิธีการที่แตกต่างกันออกไปตามความชอบหรือเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน บางคนเลือกการออกกำลังกาย บางคนเลือกควบคุมอาหาร ซึ่งวิธีการนี้เป็นทางเลือกที่สามารถช่วยให้ผอมลงและน้ำหนักลดลงได้จริง แต่ไขมันสะสมในบางจุดของร่างกายกลับไม่ยุบหายไป กลายเป็นคนผอมที่มีพุง จึงทำให้เกิดความสงสัยว่าทำไมวิธีการเหล่านี้จึงไม่สามารถช่วยลดไขมันในบางจุดลงได้โดยเฉพาะ ไขมันหน้าท้อง ห่วงยางรอบเอว ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจกับสาเหตุของการเกิดพุง ว่าเบื้องหลังพุงนั้นมีอะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง จะสามารถช่วยให้เราเลือกวิธีสลายไขมันพุงได้อย่างเหมาะสมและเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริง 

Belly Fat ไขมันหน้าท้อง ปล่อยไว้ อันตราย

ทำความรู้จัก ไขมันหน้าท้อง มีทั้งหมดกี่แบบ?

ก่อนที่จะไปรู้จักกับวิธีการลดไขมันหน้าท้อง ไปทำความเข้าใจกับไขมันหน้าท้องกันก่อนค่ะ เพราะบริเวณหน้าท้องเป็นจุดที่มักจะมีไขมันสะสมได้มากและเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ทั้งยังสามารถสะสมได้ในหลายระดับชั้นผิวนอกจากนั้นยังเป็นจุดที่ลดไขมันได้ยาก ทำให้เกิดปัญหาพุงป่อง พุงยื่น ห่วงยางรอบเอว พยายามลดเท่าไหร่ก็ไม่หายไปเสียที จะออกกำลังกายอย่างไรพุงก็ไม่ลด ถึงจะควบคุมอาหารแต่หน้าท้องก็ยังไม่หายไป โดยปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เพราะบริเวณหน้าท้องมีชั้นผิวหลายระดับ ซึ่งสามารถแบ่งได้ ดังนี้

SUBCUTANEOUS FAT ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง

ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังสามารถทำให้เห็นความอ้วนได้อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย หนึ่งในปัจจัยดังกล่าวคือพฤติกรรมการกินที่เกินกว่าความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ทั้งยังไม่ได้มีการเผาผลาญไขมันที่เพียงพอเพื่อนำพลังงานมาใช้ ทำให้เกิดการสะสมของไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ต้นขา สะโพก ต้นแขน และโดยเฉพาะหน้าท้องคือส่วนที่ไขมันสะสมได้ง่ายและลดได้ยาก สามารถทำให้เกิดปัญหาผิวเปลือกส้ม ผิวขรุขระไม่เรียบเนียน เมื่อไขมันสะสมมากยิ่งขึ้นสามารถขยายผลกลายเป็นปัญหาผิวแตกลายตามมาได้

ABDOMINAL MUSCLES กล้ามเนื้อหน้าท้อง

กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นส่วนที่อยู่ต่อจากชั้นไขมันด้านบน มีหน้าที่ช่วยพยุงอวัยวะภายในของร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อไม่มีความแข็งแรงมากพอจึงไม่สามารถเก็บทรงหน้าท้องได้ ทำให้เวลาที่กินอาหารเข้าไปเยอะๆ หรือเมื่อมีไขมันที่อยู่ชั้นในช่องท้องเพิ่มมากขึ้นและดันตัวออกมา จะเกิดอาการพุงป่อง พุงห้อย พุงเป็นชั้นๆ มีห่วงยางรอบเอว

VISCERAL FAT ไขมันในช่องท้อง

เกิดจากการที่ร่างกายเผาผลาญไขมันไม่หมดและเกิดเป็นไขมันส่วนเกินสะสมหรือพอกตามอวัยวะในช่องท้อง โดยไขมันในช่องท้องเมื่อสะสมมากเกินไปจะเกิดลักษณะของไขมันที่แข็งขึ้นและดันให้หน้าท้องดูป่องออกมาได้ นอกจากนั้นไขมันที่สะสมในช่องท้องยังสามารถซึมเข้าไปยังหลอดเลือดทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้อีกด้วย

ลักษณะของพุง มีกี่ประเภท

พุงและห่วงยางรอบเอว เป็นส่วนที่เกิดขึ้นจากการสะสมของไขมันบริเวณหน้าท้องที่มากเกินไป จึงทำให้เกิดลักษณะของพุงที่ห้อยย้อย พุงยื่น พุงใหญ่ กลายเป็นห่วงยาง ซึ่งบริเวณหน้าท้องเป็นจุดที่ลดได้ยาก หากลดไม่ถูกวิธีก็จะไม่เห็นผล โดยลักษณะของพุงที่เกิดขึ้นนั้นมีด้วยกันหลายประเภทและเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ สามารถแบ่งได้ดังนี้

  • พุงป่อง หรือ Bloated Tummy เป็นลักษณะของพุงที่เกิดขึ้นหลังจากการทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารจำพวกแป้ง อาหารจำพวกนม กินอาหารดึกๆ อาหารที่ย่อยยาก รวมถึงดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป สามารถลดได้ด้วยการปรับวิธีการกิน เพิ่มอาหารที่มีกากใยเสริมประสิทธิภาพระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยให้พุงประเภทนี้ยุบลงได้
  • พุงเป็นชั้น หรือ Spare Tyre Belly เป็นการสะสมของไขมันบริเวณหน้าท้องและเอวเกิดเป็นลักษณะของพุงที่แบ่งตัวพับเป็นชั้นๆ คล้ายกับยางรถยนต์หรือห่วงยาง เกิดจากการกินอาหารที่มีแคลลอรี่สูง ขนม ของหวาน อาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล รวมถึงอาหารที่มีไขมันสูง ยิ่งคนวัยทำงานที่ต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ และติดนิสัยกินจุกจิกทั้งวัน จะยิ่งทำให้ไขมันสะสมได้มากขึ้นเกิดปัญหาพุงเป็นชั้นได้ง่าย 
  • พุงเครียด หรือ Stress Tummy ความเครียดคืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาไขมันสะสมหรือเกิดพุงขึ้นได้ โดยความเครียดจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน Cortisol ออกมามากกว่าปกติ เพราะฮอร์โมนคอร์ติซอลนั้นมีผลทำให้ร่างกายเกิดการตื่นตัวและตอบสนองกับความเครียด จึงส่งผลทำให้เกิดความอยากกินของหวาน ของมัน ของทอด หรืออาหารจำพวกแป้ง มากขึ้นกว่าปกติ ทั้งยังทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบเผาผลาญผิดปกติ ซึ่งเป็นลักษณะของพุงที่บวมออกมาตรงช่วงบริเวณสะดือและกระบังลม นอกจากนั้นการพักผ่อนไม่เพียงพอ กินอาหารไม่เป็นเวลา และการกินอาหาร Junk Food ก็สามารถส่งผลเสียทำให้เกิดพุงได้ด้วยเช่นกัน
  • พุงหมาน้อย หรือ The Little Pooch เป็นลักษณะของพุงป่องบริเวณท้องช่วงล่าง เกิดขึ้นจากสาเหตุของการกินแต่ของหวาน กินของมันของทอดบ่อย กินอาหารที่มีไขมันสูง กินจุกจิก โดยไม่มีการเผาผลาญที่เพียงพอ นอกจากนั้นการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมจะทำให้กล้ามเนื้อดันไขมันบริเวณช่องท้องล่างออกมา  ยิ่งคนที่มีรูปร่างเล็กจะยิ่งเห็นพุงล่างป่องออกมากได้ชัดเจนกว่าคนที่มีรูปร่างใหญ่
  • พุงคุณแม่ หรือ Mummy Tummy มีลักษณะของพุงเป็นก้อนย้วย มักพบในกลุ่มของคุณแม่หลังคลอดที่มดลูกยังไม่เข้าอู่ นอกจากนั้นยังพบได้ในคุณแม่ที่คลอดลูกมาหลายปีแล้วแต่พุงก็ยังไม่ยุบหายไป 

ทำไม หน้าท้องลดยาก ลดไขมันหน้าท้องไม่ลง เกิดจากอะไร ?

เนื่องจากบริเวณหน้าท้องมีชั้นไขมันหลายระดับ ทั้งไขมันใต้ชั้นผิวหนังและไขมันช่องท้อง จึงทำให้การลดไขมันทำได้ไม่ทั่วถึง เมื่อไขมันเกิดการสะสมมากเกินไปและไม่ได้ถูกนำมาใช้งาน ทำให้เมื่อมีการเผาผลาญร่างกายจะนำไขมันส่วนที่เพิ่งเข้ามาสะสมใหม่ไปใช้ก่อน ทำให้ไขมันส่วนที่เก็บมาก่อนหน้านั้นกลายเป็นไขมันดื้อด้าน (Stubborn Fat) ซึ่งพบได้มากบริเวณหน้าท้องและรอบเอวเป็นไขมันที่ลดได้ยาก เพราะไขมันส่วนนี้คือส่วนที่ร่างกายจะเก็บไว้เป็นส่วนสุดท้ายที่จะถูกใช้งาน ส่งผลให้แม้จะพยายามปรับพฤติกรรมการกิน ออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน ก็ยังคงหลงเหลือพุงเอาไว้ให้กังวลใจอยู่ดี และต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะรีดไขมันในส่วนนี้ออกไปได้หมด

วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมัน กระชับสัดส่วน

เพื่อให้การลดไขมันหน้าท้องได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นจึงต้องมีตัวช่วยที่สามารถลดหน้าท้องได้อย่างเห็นผล ซึ่งผลลัพธ์มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละรายบุคคล ทั้งยังขึ้นอยู่กับวิธีที่ใช้ในการลดหน้าท้อง สลายไขมัน ที่ให้ผลลัพธ์แตกต่างกันออกไปอีกด้วย โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ 2 กลุ่ม คือ การลดหน้าท้องด้วยวิธีธรรมชาติและวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน ไปดูกันค่ะว่าแต่ละกลุ่มนั้นมีวิธีการที่จะช่วยลดไขมันหน้าท้องแบบไหนกันบ้าง? และสามารถช่วยลดหน้าท้องได้จริงไหม?

วิธีลดหน้าท้องทำได้เองแบบธรรมชาติ

หนึ่งของวิธีการดูแลด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ ที่บ้าน สามารถทำควบคู่กันไปกับวิธีอื่นๆ ได้ ซึ่งมีด้วยกันหลายวิธีที่สามารถเลือกทำได้ตามความสะดวก โดยต้องอาศัยความมีวินัยและความอดทนอย่างมากเพราะวิธีเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล นอกจากนั้นต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อคงผลลัพธ์ที่ดีให้อยู่นานมากขึ้น

  • การออกกำลังกาย อีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย เพิ่มกล้ามเนื้อขึ้นมาแทนที่ไขมัน ทั้งยังช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมตามร่างกายให้ลดลงได้ โดยเลือกท่าบริหารร่างกายที่เหมาะสมและครบทุกส่วนเพื่อให้ไขมันหายไป ซึ่งต้องอาศัยความมีวินัยในการทำต่อเนื่องสม่ำเสมอ
  • เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ อาหารคือส่วนสำคัญที่สามารถช่วยควบคุมปริมาณไขมันสะสมในร่างกายให้ลดหรือเพิ่มได้ แนะนำให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยอาจจะเน้นไปที่อาหารจำพวกผัก ธัญพืช หรืออาหารที่มีกากใย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบย่อยและระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น ควบอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ของมัน ขอทอด และอาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบสูง ให้อยู่ในปริมาณที่พอดีไม่มากเกินไป ก็จะช่วยให้พุงยุบลงได้ง่ายขึ้น
  • ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถส่งผลกระทบทำให้ประสิทธิภาพของการเผาผลาญไขมันในร่างกายลดลง ทั้งยังกระตุ้นให้ร่างกายกินอาหารได้มากขึ้น เพลิดเลินกับการกินมาขึ้น โดยที่รู้สึกอิ่มช้าลง จึงทำให้ไขมันสะสมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
  • พักผ่อนอย่างเพียงพอ เรื่องของการนอนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆ เพราะสามารถส่งผลกระทบทำให้ระบบในร่างกายแปรปรวนได้ เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ลดลง ซึ่งมีผลระงับความอยากอาหาร รวมถึงทำให้ระดับฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลทำให้รู้สึกหิว เมื่อทั้งสองฮอร์โมนนี้เกิดการเปลี่ยนจึงทำให้ความอยากกินอาหารเพิ่มมากขึ้นทั้งยังอิ่มช้าลงอีกด้วย นอกจากนั้นร่างกายจึงอ่อนเพลียทำให้ไม่มีแรงที่ออกกำลังกาย ไขมันจึงเกิดการสะสมเพิ่มมากขึ้น
  • พยายามลดความเครียด อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับเรื่องของความอ้วนหรือไขมันสะสม นั่นก็คือ ความเครียด ที่สามารถทำให้ร่างกายหลั่งสาร Cortisol มากกว่าปกติ ซึ่งมีผลกระทบกับปริมาณน้ำตาลและปริมาณอินซูลินในเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหาร น้ำตาล แป้ง รวมถึงทำให้นอนไม่หลับได้อีกด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไขมันหน้าท้องสะสมมากกว่าปกติ

วิธีเร่งด่วนลดหน้าท้อง สลายไขมัน เห็นผลจริง

การออกกำลังกายและการปรับพฤติกรรมการกินอาหารให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ต้องอาศัยความมีวินัยทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้หลายคนไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ เพราะเกิดอาการท้อ จนล้มเลิกไปกลางคัน ในปัจจุบันจึงเกิดการพัฒนาต่อยอดออกมาเป็นวิธีการเร่งด่วนในการช่วยลดไขมันหน้าท้องที่เห็นผลไวและปลอดภัย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิตมากขึ้น โดยแต่ละวิธีก็มีความแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์ ผลข้างเคียง หรือวิธีการรักษา แบ่งเป็นมีวิธีต่างๆ ดังนี้

  • สลายไขมันด้วยการฉีด Lipo-V วิธีสลายไขมันที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ใช้เวลาในทำไม่นาน ไม่เกิดปัญหาผิวช้ำ ไม่แสบ ไม่เบิร์น โดยจะเป็นการฉีดตัวยาสูตรเฉพาะเข้าไปตรงบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมัน เมื่อตัวยาเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปทำให้ไขมันที่เกาะตัวแน่นแตกตัวเล็กลงร่างกายจึงสามารถกำจัดออกไปได้ง่ายมากขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อีกด้วยหลังไขมันสลายไปแล้วจึงไม่ทำให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย หลังฉีด Lipo-V สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ไว เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และปลอดภัย 
  • ดูดไขมัน (Liposuction) เป็นวิธีการกำจัดไขมันด้วยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ดูดไขมันในตำแหน่งที่ต้องการกำจัดออกไป ใช้ระยะเวลาในการทำที่ค่อนข้างนาน อาจเกิดอาการบวมช้ำจากเส้นเลือดฝอยที่เสียหายได้ ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน ทั้งยังสามารถเกิดปัญหาผิวบริเวณที่ดูดไขมันออกไปแล้วเกิดการหย่อนคล้อยขึ้นได้
  • กำจัดไขมันด้วยความเย็น (Cryolipolysis) คือเครื่องสลายไขมันที่ใช้เทคโนโลยีความเย็นเข้ามาช่วยกำจัดไขมัน โดยใช้เครื่องมือดูดผิวบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมันขึ้นมาที่หัวทิปส์แล้วปล่อยความเย็นลงไปแช่แข็งเซลล์ไขมันบริเวณนั้นแล้วจึงทำให้เกิดการแตกตัวสลายไป แต่มีโอกาสเกิดปัญหาบวม รอยเขียวช้ำ เกิดอาการปวดระบมหลังทำได้

แนะนำ!! สลายไขมันแบบเร่งด่วน ด้วยการฉีด Lipo-V สลายไขมันได้จริง

จากวิธีลดไขมันแบบเร่งด่วนที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น สำหรับคนที่กลัวการผ่าตัด ไม่อยากดูดไขมัน กลัวเจ็บ ไม่อยากพักฟื้น ขอแนะนำการฉีด Lipo-V เป็นการฉีดตัวยาเข้าสู่ชั้นไขมันโดยตรงจัดการปัญหาไขมันได้ตรงจุด ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายตัวยาจะตรงเข้าไปทำให้ไขมันที่ไม่เคยถูกกำจัดหรือเกาะตัวแน่นเกิดการแตกตัวเล็กลง ถูกร่างกายขับออกไปตามระบบกำจัดของเสียได้ง่ายมากขึ้น โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้

  • สารสกัดจากธรรมชาติ สลายไขมันได้อย่างเห็นผล และช่วยให้ผิวกระชับขึ้น
  • เร่งการเผาผลาญไขมันจึงเห็นผลการลดไขมันที่เร็วขึ้น
  • สลายไขมันที่เกาะตัวแน่นหรือไม่เคยถูกกำจัดมาก่อนให้แตกตัวเล็กลงได้ง่ายขึ้น
  • กระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว หลังจากไขมันสลายตัวไปจึงไม่เกิดปัญหาความหย่อนคล้อย
  • ฉีดได้หลายจุดในร่างกาย ใบหน้า ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง เป็นต้น
  • ป้องกันไขมันเดิมกลับมาสะสมอีกครั้ง
  • เห็นผลไว ไม่บวมช้ำ ไม่แสบ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ตัวยาสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ จึงไม่เกิดการตกค้างในร่างกาย

ฉีด Lipo – V แตกต่างจากการสลายไขมันแบบอื่นอย่างไร?

โปรแกรมสลายไขมันแต่ละแบบมีความแตกต่างกันออกไปในหลายมิติ ไม่ว่าจะเรื่องของผลลัพธ์หลังทำ วิธีการรักษา หรือความรู้สึกขณะทำ ในบางวิธีที่ต้องผ่าตัดหรือเป็นการดูดไขมันจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นที่นาน และสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาไม่ว่าจะเป็น รอยช้ำ ผิวหย่อนคล้อย รอยแผลเป็น เป็นต้น ซึ่ง Lipo – V ตอบโจทย์ความต้องการและแก้ปัญหาความกังวลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยจะมีความแตกต่างจากโปรแกรมสลายไขมันอื่นๆ อย่างไรบ้าง? ไปดูกันเลยค่ะ

  • เป็นการใช้เข็มฉีดตัวยาเข้าไปในตำแหน่งชั้นไขมันโดยตรง
  • ไม่เจ็บ ไม่แสบ ไม่บวมช้ำ ในรายที่ผิวเซนซิทีฟอาจจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย
  • ใช้เวลาทำไม่นาน หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น
  • ไม่เกิดปัญหาบวมยาหลังฉีด
  • หลังฉีดมีเพียงรอยเข็มเป็นจุดเล็กๆ และจะหายไปได้เองใน 2 – 3 วันหลังทำ
  • เหมาะกับคนที่ต้องการเห็นผลไว ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากบวม ไม่มีเวลาพักฟื้น

Lipo V อันตรายไหม? หลังฉีดจะกลับมาโยโย่หรือไม่?

สำหรับการฉีด Lipo – V นั้น ไม่อันตราย เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติและดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จะมาช่วยออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ปลอดภัย และเหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด โดยวิเคราะห์ปัญหาและวางตำแหน่งการฉีดได้อย่างแม่นยำ ทำให้เห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงหลังทำที่ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังสามารถช่วยลดการกลับมาสะสมของไขมันใหม่ได้อีกด้วย (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคลและการดูแลตัวเองหลังทำ)

Lipo V ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล? ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม?

ผลลัพธ์หลังการฉีด Lipo – V สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคลและบริเวณที่ฉีด) โดยฉีดซ้ำได้ใน 3 – 4 สัปดาห์ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่จะเข้ามาช่วยออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด เพราะความต้องการ สภาพปัยหา และร่างกายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน จึงต้องวางแผนการรักษาแบบ case by case 

รีวิว Lipo V สลายไขมัน ลดหน้าท้อง

หากยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน รีวิวผลลัพธ์หลังทำจึงมีความสำคัญที่จะช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ในบทความนี้จึงได้รวบรวมเอาส่วนหนึ่งของรีวิวจากคนไข้จริงของผลลัพธ์หลังทำ โดยจะเห็นได้ว่าก่อนทำในแต่ละจุดจะมีไขมันสะสมจนผิวอวบอูมออกมาเห็นได้ชัดเจน หลังจากฉีดสลายไขมัน Lipo – V อย่างต่อเนื่อง ปริมาณไขมันในบริเวณที่ฉีดจะลดลง ดูเล็กลง ไม่บวมเหมือนก่อนฉีด อย่างเช่น บริเวณใบหน้าจะเห็นได้ว่า เหนียงลดลง หน้าดูกระชับเล็กลง ในส่วนของต้นแขน ก็จะเห็นได้ชัดว่าดูเล็กลงกว่าเดิม โดยที่ผิวไม่ห้อยย้อย

Lipo – V คือ การฉีดสลายไขมัน ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน เห็นผลลัพธ์ได้ไวขึ้น ทั้งยังช่วยประตุ้นคอลลาเจนผิวจึงกระชับเต่งตึงหลังไขมันสลายไปแล้ว โดยเป็นวิธีกำจัดไขมันที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ไม่เกิดปัญหาผิวบวมช้ำ ไม่แสบ ไม่เจ็บ ใช้เวลาไม่นานในการรักษา สามารถทำซ้ำได้จนกว่าจะพอใจในผลลัพธ์ ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จะเข้ามาช่วยวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละรายบุคคลมากที่สุด หากต้องการสลายไขมันให้ได้ผล ทักเข้ามาปรึกษาและขอรายละเอียดกับ The Phu Bangkok Clinic (เดอะภู แบงค็อก คลินิก) ได้เลยนะคะ

The post ทำไม ไขมันหน้าท้องลดไม่ลง? รวมวิธีเร่งด่วน สลายไขมัน เห็นผลปลอดภัย appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
รวมวิธี ยกกระชับ ปรับรูปหน้า แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย ได้ตรงจุด https://thephubangkokclinic.com/adjust-face-shape-sagging-skin/ Mon, 20 Nov 2023 10:49:25 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=12859 รวมวิธี ยกกระชับ ปรับรูปหน้า แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย ได้ตรงจุด

The post รวมวิธี ยกกระชับ ปรับรูปหน้า แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย ได้ตรงจุด appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
รวมวิธี ยกกระชับ ปรับรูปหน้า

ยกกระชับใบหน้า

รวมวิธี ยกกระชับ ปรับรูปหน้า ใบหน้าที่หย่อนคล้อย ผิวที่เหี่ยวย่น ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย การฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวให้ใบหน้ากลับมายกกระชับจึงต้องอาศัยวิธีการต่างๆ เข้ามาช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้ โดยมีด้วยกันหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์หรือด้วยวิธีการดูแลตัวเอง ไปดูกันว่าปัญหาแบบไหนเหมาะกับวิธีใด? สภาพผิวแต่ละแบบมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร? รวบรวมรายละเอียดเอาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ 

ผิวพัง หน้าแก่ เกิดจากอะไร? 

ปัญหาเรื่องของผิวพรรณเหี่ยวย่น หมองคล้ำ ใบหน้าหย่อนคล้อย เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งมีทั้งปัจจัยที่สามารถควบคุมได้และปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนั้นปัญหาผิวพรรณไม่เกิดขึ้นเพียงแค่ผิวหนังชั้นนอกแต่ยังเกิดขึ้นกับผิวได้ทุกระดับชั้นผิว หากไม่ดูแลผิวให้ตรงจุดปัญหาผิวเหี่ยวก็จะไม่หายไป ยิ่งปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจะยิ่งทำให้ปัญหาหนักมากขึ้น การเข้าใจในต้นตอของการเกิดปัญหาจะช่วยให้เราสามารถดูแลและป้องกันได้อย่างตรงจุด โดยแบ่งเป็นชั้นผิวเป็น 3 ชั้น ดังนี้ 

  • ผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นผิวที่มีการผลัดเซลล์ผิวและเป็นเกราะป้องกันจากแสงแดด แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นจึงทำให้กระบวนการเหล่านี้ทำได้น้อยลง นอกจากนั้นการฟื้นฟูผิวจึงทำได้น้อยและช้าลง เกิดอาการผิวระคายเคือง แห้งกร้าน แพ้ง่ายมากขึ้น
  • ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นชั้นผิวหนังที่มีองค์ประกอบของ Collagen และ Elastin ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างความยืดหยุ่น แข็งแรง โดยกระบวนการสร้างคอลลาเจนจะลดลงในทุกๆ ปี ผิวจึงเสื่อมลง เกิดความหย่อนคล้อย หน้าเหี่ยว มีริ้วรอย
  • ผิวชั้นไขมัน (Subcutaneous) ซึ่งเป็นผิวที่อยู่ชั้นใต้หนังแท้ เป็นส่วนที่ช่วยเสริมรูปทรงใบหน้าให้คงรูปอยู่ได้ดี โดยหากชั้นนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะจากปัจจัยต่างๆ เช่น อายุที่เพิ่มมากขึ้น ชั้นไขมันที่เกิดเพิ่มขึ้นหรือลดลง เป็นต้น สามารถส่งผลกระทบกับรูปหน้าได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นใบหน้ายุบเป็นแอ่งหรือหน้าบวม หน้ากลม หากปล่อยทิ้งไว้สามารถลุกลามไปจนทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยที่ลึกได้เลยค่ะ

ปัจจัยที่ทำให้ชั้นผิวเกิดการเสื่อมตัว 

การเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะทรุดโทรมไปตามธรรมชาติ หรือ ถูกทำลายจากปัจจัยภายนอก ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อมด้วยกันทั้งนั้น หากเราเข้าใจก็จะสามารถช่วยชะลอหรือป้องกันการเกิดปัญหาผิวพัง ชั้นผิวเสื่อมสภาพ ต้นตอที่ทำให้หน้าแก่กว่าวัยได้ค่ะ 

  • ผิวเสื่อมเพราะอายุมากขึ้น จากอายุที่เพิ่มขึ้นมีผลกระทบโดยตรงที่ทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพลง รวมถึงประสิทธิภาพของการไหลเวียนของเลือด การลำเลียงสารอาหาร รวมถึงการส่งออกซิเจน ไปตามเซลล์ในร่างกายถดถอยลง จะเห็นได้ชัดจากผิวพรรณที่จะเริ่มเหี่ยวย่น มีริ้วรอย เกิดความหมองคล้ำ หน้าดูโทรม ดูแก่กว่าวัย
  • กรรมพันธุ์ และเชื้อชาติ คืออีกหนึ่งตัวกำหนดสภาพผิวซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่ส่งต่อกันมาในครอบครัวหรือสายตระกูล เป็นตัวกำหนดสภาพผิวที่มีความแตกต่างกันออกไป ทั้งเรื่องของความแก่ตัวไว การเกิดริ้วรอยได้ง่าย ความละเอียดของผิว ความเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย เป็นต้น 
  • มลภาวะและแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น สภาพอากาศ รวมถึงรังสี UV มีผลกระทบกับการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นรังสี UV ยังสามารถทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวให้เสื่อมสภาพลง เกิดเป็นปัญหาผิวหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำ ริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน เกิดการหย่อนคล้อย ผิวเหี่ยวย่น ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย
  • ดูแลผิวไม่เพียงพอ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวคืออีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบผิวให้ลดลง ไม่ว่าจะเป็นป้องกันรังสีUV ป้องกันมลภาวะ เป็นต้น การใช้ครีมบำรุงผิวยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ให้ระเหยไป บำรุงให้ผิวนุ่มเด้งได้อีกด้วย นอกจากนั้นการทำความสะอาดผิวก็มีความสำคัญไม่ต่างกับการบำรุง เพราะในทุกวันผิวจะต้องพบเจอกับสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางค์ที่ตกค้างบนผิว เกิดเป็นการอุดตันในรูขุมขนได้หากทำความสะอาดไม่เพียงพอ
  • อาหารทำร้ายผิว การรับประทานในแต่ละวันสามารถกำหนดสภาพผิวในอนาคตได้เช่นกัน เช่น อาหารที่มีน้ำตาลสูง ของมันของทอด อาหารแปรรูป เป็นต้น หากเราทานแต่อาหารที่ส่งผลเสียกับผิวจะทำให้เกิดปัญหาเซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพไวขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย เกิดเป็นปัญหาผิวต่างๆ ตามมา 

วิธีดูแลผิว ยกกระชับหน้า ด้วยตัวเอง 

รวมวิธี ยกกระชับ ปรับรูปหน้า เพื่อใบหน้าที่ยกกระชับ ผิวเรียบเนียน ไม่หย่อนคล้อย สามารถที่จะดูแลเบื้องต้นได้ง่ายๆ จากการทำทรีทเมนต์และบำรุงผิวด้วยตัวเอง โดยจะมีวิธีอะไรบ้าง? วิธีไหนทำแล้วได้ผลดี? ไปดูกันเลยค่ะ 

ทามอยเจอร์ไรเซอร์ อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อยคือความแห้งกร้าน หากช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวให้อยู่ได้นานขึ้นผิวก็จะเต่งตึง ช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของผิวหน้าให้ช้าลง 

ทาครีมยกกระชับ เป็นการดูแลใบหน้าเบื้องต้นที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการทาครีมยกกระชับผิว โดยอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการใช้ครีมที่นาน ต้องทาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังไม่สามารถการันตีได้ว่าจะเห็นผลจริง ซึ่งการทาครีมอาจจะช่วยให้ผิวชั้นนอกดูกระจ่างใส เรียบเนียนขึ้นเล็กน้อย จึงอาจทำให้ดูเหมือนกับผิวกระชับขึ้น แต่ยังไม่ใช่การดูแลที่ต้นเหตุ เพราะอาการของหน้าหย่อนคล้อยเกิดขึ้นจากผิวชั้นลึกหรืออาจเกิดจากชั้นกระดูกทรุดตัว ครีมยกกระชับจึงอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ 

นวดยกกระชับหน้า ด้วยวิธีการใช้นิ้วมือกดจุดหรือคลึงไปตามใบหน้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด โดยแนะนำให้ทำกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อความปลอดภัยและไม่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมา ซึ่งอาจจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ 

โยคะกระชับหน้า อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงสามารถพยุงผิวไม่ให้เกิดการหย่อนคล้อย จึงต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกับการออกกำลังกาย แต่ต้องระวังในการเลือกใช้ท่าบริหารหน้าด้วยค่ะ เพราะอาจจะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยรวมถึงกล้ามเนื้อแข็งแรงและกล้ามเนื้อโตจนอาจทำให้หน้าเหลี่ยม หน้ากว้าง กรามใหญ่ เป็นต้น 

นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า Ultraformer III / ร้อยไหม / ฉีดโบท็อกซ์ 

เนื่องจากปัญหาผิวที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นผิวแก่กว่าวัย ริ้วรอย หน้าหย่อนคล้อย ผิวเหี่ยวย่น ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ผิวชั้นนอกเท่านั้น แต่มาจากผิวชั้นในที่เสื่อมสภาพและแสดงผลออกมาบนผิวหนังชั้นนอก ไม่ว่าจะเป็น ชั้นไขมันยุบตัว กล้ามเนื้อหย่อน หรือชั้นกระดูกทรุดตัว เป็นต้น โดยหากต้องการแก้ไขปัญหาโดยไม่อยากผ่าตัด สามารถที่จะเลือกใช้นวัตกรรมและเทคนิคทางการแพทย์เพื่อเข้ามาช่วยดูแลปัญหาเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น 

ร้อยไหมยกกระชับ หัตถการเพื่อยกกระชับ ปรับรูปหน้า ช่วยเข้าไปพยุงกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยให้ใบหน้ากลับมายกกระชับอีกครั้ง ด้วยการใช้เส้นไหมที่ถูกผลิตมาเพื่อใช้ในหัตถการยกกระชับโดยเฉพาะ สามารถเห็นผลหลังทำทันที และผลลัพธ์จะเห็นเต็มที่ได้ประมาณ 1 เดือนหลังทำ  

ฉีดโบท็อกซ์ อีกหนึ่งหัตถการในหมวดของการปรับรูปหน้าด้วยการใช้ Botulinum Toxin A (โบทูลินัม ท็อกซิน เอ) ซึ่งจะสามารถเข้าไปออกฤทธ์กับกล้ามเนื้อให้ทำงานลดลงหรือเป็นอัมมพาตชั่วคราว กล้ามเนื้อจึงเล็กลง ผิวเรียบตึงมากขึ้นเพราะไม่มีกล้ามเนื้อไปดึงรั้งให้ผิวย่นหรือเป็นรอยพับ 

Ultraformer III นวัตกรรมยกกระชับ ปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม สามารถเข้าไปจัดการปัญหาได้อย่างล้ำลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ช่วยให้ผิวหน้ายกขึ้น ผิวเรียบเนียน ทั้งยังลดเหนียง สลายไขมันใต้ชั้นผิวได้อีกด้วย 

Ultraformer III ทำงานอย่างไร?  

หัตถการที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นเครื่องยกกระชับที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม ด้วยเทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) เป็นการปล่อยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ความถี่สูงที่มีพลังงานเข้มข้นลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวได้อย่างจำเพาะเจาะจง สามารถปล่อยพลังงานได้ลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) คือชั้นเนื้อเยื้อที่หุ้มชั้นกล้ามเนื้อเอาไว้ซึ่งมีผลกับการยกกระชับใบหน้า ตรงเข้าจัดการปัญหาได้ถึงต้นตอ โดยไม่ทำร้ายเซลล์ผิวโดยรอบ ผิวไม่เบิร์น ไม่แสบ จึงไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ 

MMFU เทคโนโลยีเฉพาะของ Ultraformer III 

อัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี มีเทคโนโลยีเฉพาะที่แบ่งพลังงานออกเป็น 2 ส่วน ที่จะเข้าไปช่วยดูแลผิวได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด ได้แก่ 

เทคโนโลยี Micro Focused Ultrasound ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการยกกระชับผิวชั้นในส่วนลึก ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงอัลตร้าซาวด์เป็นจุดเล็กๆ เกิดเป็นพลังงานความร้อน 65 – 75 องศาเซลเซียส ลงสู่ผิวชั้น SMAS ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับชั้นผิวที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับดึงหน้า โดยพลังงานความร้อนที่ส่งผ่านชั้นผิวลงมาจะส่งผลทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวผิวจึงกระชับเรียบเนียน หน้าตึงเหมือนดึงหน้า 

เทคโนโลยี Macro Focused Ultrasound มีคุณสมบัติที่ช่วยในการสลายไขมันใต้ชั้นผิวและกระตุ้นคอลลาเจนได้อีกด้วย ด้วยการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่เปรีบเสมือนพลังงานก้อนใหญ่ปล่อยเข้าสู่ผิวได้ลึกหลายระดับ โดยสามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน ช่วยยกกระชับใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิว ลดเหนียง ได้อีกด้วย 

Ultraformer III มีคุณสมบัติเด่นอย่างไร? 

เนื่องจาก อัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี เป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวลึกถึงชั้น SMAS โดยสามารถช่วยในเรื่องต่างๆ ได้ดังนี้ 

  • ยกกระชับ ปรับรูปหน้า แก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย 
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว 
  • ผิวกระจ่างใสเรียบเนียน ลดริ้วรอยให้จางลง 
  • สลายไขมันใต้ชั้นผิว ช่วยลดเหนียง 
  • ลดหน้าบาน เก็บกรอบหน้าชัด หน้ามีมิติ 
  • ยกหางตา ยกหางคิ้ว ยกมุมปาก 
  • เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นส่วนหนึ่งหลังทำทันที ()ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) 
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ใครที่เหมาะกับ Ultraformer III ? 

การทำอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี สามารถทำได้กับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ต้องรอให้หน้าเกิดปัญหาหนักแล้วค่อยมาทำ แต่สามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหาเลยค่ะ เพื่อช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวและใบหน้าให้อยู่ไปตลอด นอกจากนั้นยังมีคนที่เหมาะกับหัตถการนี้ ได้แก่ 

  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาแก้มห้อย 
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย 
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาคอเหี่ยว คอเป็นชั้น 
  • เหมาะกับคนที่มีหนังตาตก หางตาหย่อน มุมปากตก 
  • เหมาะกับคนที่มีริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน 
  • เหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียว สร้าง V-Shape 
  • เหมาะกับคนที่ต้องการลดเหนียง เก็บกรอบหน้าชัด
หลังทำ Ultraformer III ต้องดูแลตัวเองอย่างไร? 

หลังทำหัตถการอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรีไปแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้นเหมือนกับการผ่าตัด เพราะไม่ได้ทำให้เกิดรอยแผลขึ้นบนผิวหน้า เพื่อไม่เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ตามมา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น และช่วยคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานมากขึ้นไปอีก จึงมีข้อปฏิบัติดังนี้ 

  • หมั่นบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เติมมอยเจอร์ไรเซอร์ให้ผิวเป็นประจำ เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ให้น้ำในผิวระเหยไป ผิวไม่แห้งกร้าน ส่งผลให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำสม่ำเสมอ ช่วยเสริมเกราะให้ผิวแข็งแรงและปกป้องผิวจากรังสี UV ที่จะเข้าไปทำให้ผิวเสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันคอลลาเจนใต้ชั้นผิวถูกทำลาย  
  • หลังทำ 1 – 2 สัปดาห์ ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องโดนแดดจัดๆ เพราะในช่วงนั้นผิวกำลังฟื้นฟูและร่างกายกำลังสร้างคอลลาเจน หากโดนแดดจัดในช่วงนี้จะทำให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนถูกขัดขวาง 
  • หลังทำอาจรู้สึกปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำ Ultraformer III ได้บ้าง แต่จะหายไปได้เอง หรือหากปวดมากจริงๆ ก็สามารถทานยาแก้ปวดได้ค่ะ 
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เพราะมีส่วนที่จะเข้าไป ขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่หลังจากถูกอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรีกระตุ้นไว้ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้เส้นใจคอลลาเจนสลายไปได้ไวขึ้นอีกด้วย 
  • ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ 1 – 2 ลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น สนับสนุนการซ่อมแซมและฟื้นฟูของเซลล์ผิวให้ดียิ่งขึ้น 
  • ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

Ultraformer III จึงเป็นนวัตกรรมยกกระชับ ปรับรูปหน้าเรียวสวย ด้วยพลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ความถี่สูงลงสู่ชั้นผิวลึกถึงชั้น SMAS ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย แก้หางตาตก ยกมุมปาก ลดเหนียง เก็บกรอบหน้าชัด ใบหน้ามีมิติมากขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวทำให้ผิวเฟิร์มกระชับ เรียบเนียน เต่งตึง ใบหน้าได้รูปมากขึ้น ดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย การทำ อัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ใช้เครื่องที่เป็นของแท้สามารถตรวจสอบได้ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอที่ The Phu Bangkok Clinic (เดอะภู แบงค็อก คลินิก) ได้เลยนะคะ เพื่อที่คุณหมอจะได้ช่วยออกแบบการรักษาให้แบบเฉพาะรายบุคคล ทั้งยังได้รับข้อมูลจากคุณหมอโดยตรงอย่างครบถ้วน เรื่องของผิวพรรณและใบหน้ายิ่งดูแลเร็วผลลัพธ์หน้าเด็กยิ่งอยู่กับเราได้นานขึ้น อย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามจนหนักเพราะจะแก้ไขได้ยากนะคะ

The post รวมวิธี ยกกระชับ ปรับรูปหน้า แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย ได้ตรงจุด appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Face slim natural ⋮ วิธีช่วยปรับหน้าเรียว เห็นผลเร็ว เป็นธรรมชาติ https://thephubangkokclinic.com/face-slim-natural/ Mon, 20 Nov 2023 08:40:07 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=12817 Face slim natural ⋮ วิธี ช่วยปรับหน้าเรียว เห็นผลเร็ว เป็นธรรมชาติ

The post Face slim natural ⋮ วิธีช่วยปรับหน้าเรียว เห็นผลเร็ว เป็นธรรมชาติ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Face slim natural วิธี ช่วยปรับหน้าเรียว

กรอบหน้าชัด ปรับรูปหน้า 

Face slim natural ⋮ วิธีช่วยปรับหน้าเรียว การมีใบหน้าเรียว กรอบหน้าชัด ใบหน้ามีมิติได้รูป สามารถช่วยเสริมภาพรวมให้ดูดีขึ้นได้ ใบหน้าโดดเด่นมากขึ้น มั่นใจกว่าที่เคย โดยรูปหน้าที่เหมาะสมของผู้ชายและผู้หญิงก็มีความแตกต่างกันออกไปเพราะโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงต้องออกแบบใบหน้าเฉพาะรายบุคคล จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะต้องเลือกใช้วิธีไหนนั้น ไปทำความรู้จักกันได้ในบทความนี้เลยค่ะ

Face slim natural วิธี ช่วยปรับหน้าเรียว

ลักษณะของ กรอบหน้าเรียว กรอบหน้าชัด เป็นอย่างไร ?  

กรอบหน้าชัด สามารถดูได้ที่บริเวณของแนวกระดูกกรามซึ่งเป็นเหมือนเส้นแบ่งใบหน้าด้านบนกับเหนียง หากใบหน้าหย่อนคล้อย แก้มห้อย แก้มเยอะ หรือมีเหนียง มีคางสองชั้น จะทำให้เส้นกรอบหน้าเบลอเห็นไม่ชัด หน้าจึงดูกลม ไม่เรียว ไม่มีมิติ ใบหน้าไม่ได้รูป 

กรอบหน้าแบบไหน เหมาะกับโหงวเฮ้งคนไทย?

กรอบหน้าชัด ไม่เพียงแต่ทำให้ใบหน้าดูดีแล้ว แต่ยังเกี่ยวเนื่องไปถึงลักษณะของความเชื่อหรือโหงวเฮ้งได้ด้วย สามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือ คนที่บุคลิกดี ใบหน้าดูดี มีออร่า เวลาไปพบปะพุดคุยงานก็จะได้รับความสนใจ ใครก็อยากที่จะเข้ามาพูดคุย มีแต่คนรัก มีผู้ใหญ่เอ็นดู การปรับรูปหน้าก็สามารถช่วยเสริมเสน่ห์ให้ดูโดดเด่นมากขึ้นได้ โดยลักษณะใบหน้าของผู้ชายและผู้หญิงนั้นก็มีความแตกต่างกันออกไป นอกจากนั้นโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แพทย์จึงต้องออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคลให้ตรงกับใบหน้าของแต่ละคนมากที่สุด

กรอบหน้าผู้หญิงที่ดี ใบหน้าที่เรียวสวย หน้าเล็ก มีลักษณะใบหน้าที่เป็นรูปไข่ กรามชัดไม่มีเหนียงแต่ไม่ถึงขนาดที่ทำให้หน้าคมเหมือนผู้ชายเพียงแค่เห็นเส้นกรอบหน้าที่ชัดเจนเท่านั้น มีปลายคางมน องค์รวมใบหน้าดูละมุน ใบหน้าไม่ดูแก่กว่าวัย แสดงถึงชีวิตที่สุขสบาย มีวาสนาดี 

กรอบหน้าผู้ชายที่ดี ในส่วนของใบหน้าผู้ชายจะเน้นไปที่กรามชัด หน้าคมเข้ม ดูแข็งแรง ใบหน้าดูดี มีความเป็นผู้นำ เสริมอำนาจและบารมี เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน วาสนาดี มีโชคลาภเข้ามาในชีวิต ดึงดูดให้คนเข้าหา มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู 

กรอบหน้าไม่ชัด เกิดจากสาเหตุใด ?

ใบหน้ากลม กรอบหน้าไม่ชัด รูปหน้าไม่เรียว ซึ่งในแต่ละรายบุคคลก็มีความแตกต่างกันออกไปทั้งความต้องการ สภาพโครงหน้า สภาพผิว ความหนัก-เบาของปัญหา สามารถแก้ไขได้โดยนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อความงาม โดยปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยมีทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น…

ปัจจัยจากอายุ เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวลง ผิวจึงเริ่มหย่อนคล้อย ไขมันสะสมมากขึ้น หน้ากลม มีเหนียงห้อย จึงไม่เห็นกรอบหน้า 

ปัจจัยจากโครงสร้างกระดูก มีทั้งส่วนที่มาจากพันธุกรรมที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว เช่นกระดูกกรามใหญ่ กรูดูกโหนกแก้มใหญ่ หน้าสั้น เป็นต้น รวมถึงจากการทรุดหรือกร่อนของกระดูก ที่ส่งผลให้รูปหน้าเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อีกด้วย

ปัจจัยจากกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยในการขยับ การเคี้ยวอาหาร แสดงสีหน้าอารมณ์ เป็นต้น ซึ่งหากมีการใช้งานมากๆ จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและโตขึ้น หากเป็นบริเวณกรามก็จะทำให้หน้าดูเหลี่ยม หน้าใหญ่ 

ปัจจัยจากไขมันส่วนเกิน เมื่อเกิดการสะสมไขมันขึ้นใต้ชั้นผิวหนังในจำนวนที่มาก จะทำให้รูปหน้าเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เหนียงมา กรอบหน้าหาย แก้มมีแฟตเยอะ หน้ากลม

ปัจจัยจากต่อมน้ำลายโต ลักษณะใบหน้าที่ดูกลม หน้าอูม กรอบหน้าไม่มี หากให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดอาจจะพบว่าเกิดจากภาวะต่อมน้ำลายหน้าหูโต (Parotid Gland Enlargement) ไม่ได้เกิดจากไขมันสะสมหรือกล้ามเนื้อแต่อย่างใด

กรอบหน้าชัด ดีอย่างไร ?

ประโยชน์ของการมีกรอบหน้าชัด สามารถช่วยได้หลายอย่าง ได้แก่

  • ช่วยปรับรูปหน้า ใบหน้ามีมิติ ถ่ายรูปมุมไหนก็มั่นใจ
  • กรอบหน้าชัดขึ้นสามารถช่วยเสริมให้ช่วงคอดูยาว ได้
  • หน้าเรียวมี V-Shape ใบหน้าดูเล็กลง
  • ยกกระชับใบหน้า ผิวเรียบเนียน หน้าดูเด็กลง
  • เสริมบุคลิก ปรับรูปหน้าองค์รวมให้ดูดีขึ้น
วิธีไหนช่วยปรับ กรอบหน้าชัด ได้บ้าง?

สำหรับการปรับรูปหน้า ปรับหน้าเรียว (Face slim) กรอบหน้าชัด สามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน ตอบโจทย์ความต้องการและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดที่สุด

Ultraformer III ยกกระชับ ปรับรูปหน้า

นวัตกรรมปรับรูปหน้า ที่สามารถช่วยให้ใบหน้าเรียวเล็ก ลดเหนียง สลายไขมันใต้ชั้นผิว เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง Micro & Macro Focused Ultrasound ที่สามารถปล่อยพลังงานลงลึกได้ในทุกระดับชั้นผิว รวมถึงชั้นผิว SMAS ที่สามารถช่วยเรื่องของการยกกระชับใบหน้าได้อย่างเห็นผล สามารถจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุด แม่นยำ และปลอดภัย

ฉีดโบท็อกซ์ ลิฟกรอบหน้า

เป็นการใช้ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin A) หรือ โบท็อกซ์ ฉีดเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องการปรับรูปหน้า โดยตัวยาจะออกฤทธิ์กับระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อทำให้คลายตัวและขยับไม่ได้ชั่วคราว กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจึงเล็กลง หน้าจึงดูเรียวสวย ผิวเรียบตึงกระชับ หากต้องการเก็บกรอบหน้าชัด สามารถฉีดโบท็อกลดกรามเพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณนั้นลง ควบคู่ไปกับการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า จะยิ่งช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ร้อยไหม หน้าเรียว

อีกหนึ่งหัตถการเกี่ยวกับการปรับรูปหน้าที่สามารถช่วยให้ใบหน้าได้รูปมากขึ้น ช่วยยกกระชับ แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ช่วยยกแก้มที่ห้อยย้อยมากๆ ให้ตึงขึ้น จึงเห็นกรอบหน้าชัดมากขึ้น แนะนำให้ทำคู่กับหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วย เพราะการร้อยไหมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาในส่วนของไขมันใต้ชั้นผิวหรือกล้ามเนื้อโตได้ ถึงแม้จะร้อยไหมยกกระชับหน้าไปแล้วกรอบหน้าก็จะยังเห็นได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

ฉีดฟิลเลอร์ กรอบหน้าชัด

เป็นการฉีดสารเติมเต็ม HA Filler เพื่อสร้างเส้นกรอบหน้าบริเวณกราม (Jaw Line) ให้ชัดขึ้น สร้างเส้นนำสายตาช่วยทำให้หน้าดูมีวีเชพ หน้าเรียวขึ้น กรอบหน้าชัด ใบหน้ามีมิติ ปรับให้กรามทั้งสองข้างมีความเท่ากันมากขึ้น

Thermage FLX ยกกระชับหน้า

นวัตกรรมเครื่องยกกระชับ ปรับรูปหน้า เก็บกรอบหน้าชัด ด้วยการใช้ Monopolar RF หรือคลื่นวิทยุความถี่สูง ส่งพลังงานลงสู่ตำแหน่งชั้นผิวที่ต้องการแก้ปัญหา ด้วยพลังงานความร้อนที่ปล่อยออกมา จึงสามารถช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิว ลดเหนียง แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอยได้อีกด้วย ผิวจึงเรียบเนียน เต่งตึง กรอบหน้าชัดขึ้น

เลือกทำ Ultraformer III หน้าเรียว เก็บกรอบหน้าชัด ดีกว่าอย่างไร?

เนื่องจากมีวิธีการปรับรูปหน้าที่หลากหลาย การเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับใบหน้าและปัญหาของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันจึงเป็นส่วนสำคัญ โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยเพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะสมมากที่สุด ขอแนะนำ Ultraformer III เครื่องยกกระชับ ปรับหน้าเรียว (Face slim) ที่สามารถช่วยเก็บกรอบหน้าชัดได้จริง เห็นผลชัดเจน ไม่ใช้เข็ม ไม่ใช่การผ่าตัด หน้าไม่ช้ำ หน้าไม่บวม จึงไม่ต้องพักฟื้น

Ultraformer III คืออะไร?

Ultraformer III คือ เครื่องยกกระชับผิว High Intensity Focus Ultrasound ที่ปล่อยพลังงานอย่างสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้ เป็นการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงสู่ใต้ชั้นผิวลึกได้ถึงชั้น SMAS หรือ ชั้นกล้ามเนื้อ ปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงเกิดเป็นพลังงานความร้อนที่ส่งผลทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวทำให้เกิดความยกกระชับ ด้วยเทคโนโลยี Micro & Macro Focused Ultrasound หรือ MMFU 

เทคโนโลยี MMFU คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

เทคโนโลยี Micro & Macro Focused Ultrasound หรือ MMFU คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ความถี่สูง สามารถปล่อยพลังงานตรงเข้าสู่ผิวชั้นได้อย่างตรงจุด ลงลึกได้ถึงชั้น SMAS กลายเป็นพลังงานความร้อนที่เข้าไปช่วยสลายไขมันและกระตุ้นเนื้อเยื่อให้เกิดการหดตัว ผิวชั้นบนจึงเต่งตึง เรียบเนียนขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมายกกระชับได้ รูปหน้าจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง หน้าเรียวเล็ก โดยที่ไม่ทำร้ายเซลล์ผิวรอบข้าง ไม่เกิดปัญหาผิวเบิร์น บวมช้ำ จึงไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยเทคโนโลยี MMFU สามารถปล่อยพลังงานในรูปแบบ High Peak ด้วย Dual Engine เทคโนโลยี ที่มีความเสถียรในการปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอ แม่นยำสูง โดยแบ่งพลังงานออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

Micro Focused Ultrasound (ไมโครโฟกัส อัลตร้าซาวด์) การปล่อยพลังงานออกมาเป็นความร้อนขนาดจุดเล็กๆ ขนาดเพียง 0.5 mm. เท่านั้น จึงไม่ทำร้ายเซลล์ผิวโดยรอบที่ไม่ต้องการ สามารถกำหนดความลึกของพลังงานที่ปล่อยลงสู่ชั้นผิวได้หลายระดับ ได้แก่ ความลึกระดับ 1.5 mm., ความลึกระดับ 3 mm. และ ความลึกระดับ 4.5 mm. ตรงเข้าสู่ชั้น SMAS ยกกระชับ ปรับรูปหน้าเรียวได้อย่างเห็นผล 

Macro Focused Ultrasound (แมคโครโฟกัส อัลตร้าซาวด์) เป็นคลื่นพลังงานที่สูงกว่า Micro Focused Ultrasound มากถึง 8 เท่า ด้วยขนาดจุดพลังงาน Macro Thermal Focused ที่ใช้เป็น 1 mm. ปรับความลึกของการส่งพลังงานได้หลายระดับ ได้แก่ ความบึกระดับ 2 mm., ความลึกระดับ 6 mm., ความลึกระดับ 9 mm. และความลึกระดับ 13 mm. สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ผิวจึงเต่งตึง เรียบเนียน รวมถึงช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิวลดเหนียง เก็บกรอบหน้า

Ultraformer III ช่วยเรื่องอะไร?

นวัตกรรมดูแลรูปหน้า ลดเหนียง กรอบหน้าชัด ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะทำแล้วเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจริง หลังทำไม่เกิดปัญหาผิวที่ไม่พึงประสงค์ตามมา จึงไม่เกิดแผล หน้าไม่ช้ำ กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

  • ช่วยยกกระชับหน้า แก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย
  • ปรับหน้าเรียว ลดแฟตแก้ม แก้ปัญหาแก้มห้อย
  • กระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอยหน้าผากและบริเวณใต้ตา
  • ผิวเรียบเนียน เต่งตึง ร่องลึกต่างๆ จางลง รูขุมขนกระชับ
  • ยกคิ้ว ยกหางตา ยกมุมปาก ใบหน้าดูสดใสขึ้น
  • สร้าง V-shape ปรับหน้าเรียว
  • เก็บเหนียง สลายไขมัน กรอบหน้าชัด

Ultraformer III เหมาะกับใคร?

นวัตกรรมเครื่องยกกระชับ Ultraformer III สามารถทำได้กับทุกคน ยิ่งทำเร็วยิ่งช่วยคงใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ให้อยู่กับเราไปได้นานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปหน้าและผิวพรรณ ได้แก่

  • คนที่มีปัญหาแฟตเยอะ หน้ากลม
  • คนที่อยากปรับรูปหน้า ปรับหน้าเรียว
  • คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย
  • คนที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น
  • คนที่มีปัญหาคิ้วตก หนังตาหย่อน หางตาตก มุมปากตก
  • คนที่มีปัญหาร่องลึกต่างๆ
  • คนที่มีปัญหาเหนียง มีคางสองชั้น

ทำ Ultraformer III คู่กับอะไรได้บ้าง?

การทำ อัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี ควบคู่ไปกับหัตถการอื่นๆ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ใบหน้าดูดีในทุกมิติ โดยสามารถทำควบคู่ได้กับหลายหัตถการ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคลของแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีรับกับใบหน้าของแต่ละคนมากที่สุดและมีความปลอดภัย

ทำ Ultraformer III คู่กับ ฟิลเลอร์ เนื่องจากอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี ช่วยยกกระชับและสลายไขมัน จึงทำให้ใบหน้าเล็กลงบางส่วนยุบหายไป ฟิลเลอร์จึงสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มให้ผิวในส่วนที่หายไปอิ่มฟูเต็มขึ้น ทั้งยังช่วยจัดการปัญหาความหมองคล้ำบริเวณใต้ตาได้ดี ด้วยการที่อัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี เป็นการปล่อยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ทำให้เกิดความร้อนขึ้น จึงควรทำก่อนที่จะเข้ารับบริการฟิลเลอร์ เพื่อไม่ให้ความร้อนไปทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวไว ฟิลเลอร์ไม่เท่ากัน นอกจากนั้นยังทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำมากขึ้นว่าส่วนไหนที่ต้องเติมฟิลเลอร์หลังทำอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี อย่างไรก็ตามการออกแบบการรักษาต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะวางลำดับการรักษาอย่างไรให้เหมาะสม

ทำ Ultraformer III คู่กับ ฉีดโบท็อก เพื่อผลลัพธ์การปรับรูปหน้าที่ดียิ่งขึ้น อาจจะฉีดโบท็อกซ์ก่อนแล้วเว้นระยะไว้ 2 – 4 สัปดาห์ เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้เต็มที่แล้วจึงกลับมาทำ ฮัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี หรือโบท้อกซ์ทีหลังก็ได้เช่นกัน ต้องปรึกษาและแจ้งความต้องการให้แพทย์ทราบก่อนทำหัตถการทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำมากที่สุด

ทำ Ultraformer III คู่กับ ร้อยไหม อีกหนึ่งคู่หัตถการหน้าเป๊ะ ที่สามารถทำคู่กันได้ โดยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวิเคราะห์วางแผนการรักษา จัดลำดับการทำหัตถการให้เหมาะสมมากที่สุด โดยในรายที่มีริ้วรอย ร่องลึก แก้มก้อย หย่อนคล้อยมากๆ อาจจะต้องทำร้อยไหมคู่ไปได้ แต่ถ้าไม่ได้มีปัญหามากขนาดนั้น เพียงทำ Ultraformer III ก็เพียงพอ

Ultraformer III ทำกี่ครั้งเห็นผล? เห็นผลหลังทำทันที?

สำหรับการทำอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี สามารถทำได้ปีละ 2 – 3 ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมากขึ้น  โดยจะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่หลังการทำครั้งแรก ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน เห็นผลลัพธ์หลังทำทันทีประมาณ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) ผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ ในอีก 1 – 2 สัปดาห์ และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 1 เดือนหลังทำ

Ultraformer III เจ็บไหม? ใช้เวลาทำนานหรือเปล่า?

เนื่องจากเป็นยิงพลังงานเข้าสู่ชั้นผิวลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ที่มีผลโดยตรงกับการยกกระชับ จึงทำให้ในระหว่างทำอาจจะรู้สึกปวดตึงๆ เจ็บจี๊ดได้บ้างเล็กน้อย เป็นความเจ็บที่พอทนได้ แต่ไม่ใช่อาการแสบร้อนที่ผิว ซึ่งอาการปวดตึงๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าคลื่นพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ดีก่อนทำอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี จะมีการทายาชาก่อนเสมอ จึงช่วยผ่อนคลายความกังวลลงไปได้

ก่อนทำ Ultraformer III ต้องรู้อะไรบ้าง?

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทำอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี ที่ไหนดี? มีสิ่งที่ควรรู้และปฏิบัติตามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย ไม่เกิดผลข้างเคียงตามมา จึงต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเลือกทำอัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี ได้แก่

  • คลินิกต้องได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ สะอาด เปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
  • แพทย์มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีใบอนุญาตถูกต้อง
  • เครื่อง Ultraformer III ของแท้ สามารถตรวจสอบได้
  • พนักงานมืออาชีพ คอยดูแล ให้คำแนะนำ และติดตามผลอย่างใกล้ชิด
  • มีรีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริงให้ดู เพื่อให้เห็นผลลัพธ์หลังทำ ประกอบการตัดสินใจ
ดูแลตัวเองหลังทำ
  • หมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงสู้แดดได้ดี
  • งดกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องเจอแสงแดดแรงๆ ในช่วง 7 – 14 วันหลังทำ เพราะเป็นช่วงที่เซลล์ผิวกำลังซ่อมแซม ฟื้นฟู และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
  • งดการนวด ถู หรือสัมผัสผิวหน้าแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวได้
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังทำ เพราะจะเข้าไปขัดขวางกระบวนการสร้างคอลลาเจนให้ลดน้อยลง
  • หมั่นทามอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ขาดน้ำ

Ultraformer III คือ วิธีการที่สามารถช่วยปรับหน้าเรียว ลดเหนียง ยกกระชับหน้า เก็บกรอบหน้าชัด กระตุ้นคอลลาเจน แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย ผิวเรียบเนียน เต่งตึง กระจ่างใส หน้าดูเด็กลง โดยไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด หน้าจึงไม่มีแผล ผิวไม่บวมช้ำ หน้าไม่เบิร์น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังทำสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) เป็นหัตถการที่ทำแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจริง ไม่ต้องรอให้ปัญหาลุกลามหนักจนแก้ไขได้ยาก แต่เราสามารถดูแลตัวเองได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ยิ่งดูแลเร็วยิ่งช่วยคงผลลัพธ์หน้าเด็กให้อยู่กับเราไปได้นานขึ้น หากต้องการดูแลผิวพรรณและการปรับรูปหน้าสามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมกับ The Phu Bangkok Clinic (เดอะภู แบงค็อก คลินิก) ได้เลยนะคะ

The post Face slim natural ⋮ วิธีช่วยปรับหน้าเรียว เห็นผลเร็ว เป็นธรรมชาติ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Carbon Peel Laser ผลัดเซลล์ผิว หน้ากระจ่างใส https://thephubangkokclinic.com/carbon-peel-laser-skin-cells/ Thu, 26 Oct 2023 08:40:42 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10903 Carbon Peel Laser ผลัดเซลล์ผิว หน้ากระจ่างใส

The post Carbon Peel Laser ผลัดเซลล์ผิว หน้ากระจ่างใส appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Carbon Peel Laser ผลัดเซลล์ผิว หน้ากระจ่างใส

หน้าเนียน ผิวกระจ่างใส นอกจากการบำรุงด้วยสกินแคร์แล้ว อีกสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ก็คือ การผลัดเซลล์ผิว ถือว่าเป็นการเคลียร์ผิวให้พร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วย คาร์บอนพีลเลเซอร์ ตัวช่วยสุดฮิตที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หลังทำหน้าไม่ช้ำ ไม่ตกสะเก็ด ไม่มีแผล สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ถ้าอยากรู้ว่าการผลัดเซลล์ผิวดีสำคัญกับผิวขนาดไหน? Carbon Peel Laser ดีต่อผิวมากแค่ไหน? ไปดูกันค่ะ

ทำไมต้อง ผลัดเซลล์ผิว? จำเป็นไหม?

ผิวพรรณของเรานั้นมีกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งเป็นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปแล้วร่างกายจึงสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน (Skin Cell Turnover) ผิวจึงดูกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ ไม่หมองคล้ำ ไร้จุดด่างดำ ถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากที่จะช่วยให้ผิวสุขภาพดี คงความอ่อนเยาว์ไว้ได้ตลอด แต่หากผลัดเซลล์ผิวได้น้อยลงจะส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำชัดขึ้น สีผิวไม่สม่ำเสมอ นอกจากนั้นเซลล์ผิวเก่าที่หลุดออกไม่หมดจะเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรก น้ำมันผิว เป็นต้น สาเหตุของการเกิดปัญหาสิวอุดตันได้ นอกจากนั้นเซลล์ผิวเก่าที่หลุดออกไม่หมดจะขัดขวางผิวทำให้สกินแคร์ซึมเข้าสู่ผิวได้ไม่เต็มที่ โดยเฉลี่ยแล้วร่างกายของคนเรานั้นจะมีกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอยู่ที่ ทุกๆ 28 วัน แต่หากใช้เวลานานขึ้นจะทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา โดยมีสาเหตุดังนี้

อายุที่เพิ่มขึ้น เซลล์ผิวของเรานั้นจะเริ่มเสื่อมสภาพไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น กระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ก็ลดลงตามไปด้วย ซึ่งระยะเวลาการผลัดเซลล์ผิวก็จะแตกต่างกันออกไปตามช่วงอายุ ยิ่งอายุน้อยกระบวนการผลัดเซลล์ผิว รวมถึงการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทนทำได้ดีและใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่า กลับกันยิ่งอายุมากระยะเวลาของการผลัดเซลล์ผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่นานขึ้น ทั้งยังทำได้น้อยลง จึงทำให้คนที่มีอายุเยอะผิวจะแห้งกร้าน ผิวสาก มีริ้วรอยความเหี่ยวย่น หมองคล้ำ มีจุดด่างดำ

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หนึ่งในปัจจัยของการเสื่อมสภาพของผิว ฮอร์โมนเอสโตรเจน คือหนึ่งในนั้น โดยฮอร์โมนตัวนี้จะช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ช่วยเสริมประสิทธิภาพของการผลัดเซลลืผิวและการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทดแทนทำได้ดี แต่หากฮอร์โมนเอสโตรเจนเกิดการเปลี่ยนหรือลดลง จะส่งผลให้กระบวนการเหล่านี้ทำงานลดลงหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ผิวจึงเกิดปัญหาตามมา 

มลภาวะและแสงแดด สามารถเข้าไปทำลายการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวให้ลดลง การสร้างเซลล์ผิวใหม่ทดแทนก็ทำได้ช้าลง ส่งผลไปถึงกระบวนการผลัดเซลล์ผิวก็จะเกิดการชะงักตามไปด้วย

ดื่มน้ำไม่เพียงพอ เพราะเซลล์ผิวของเรานั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก หากผิวขาดน้ำจะทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ผิวใหม่ทำได้ช้าลง การผลัดเซลล์ผิวก็ทำได้ช้าลงตามไปด้วย

อนุมูลอิสระ คือปฏิกิริยากิริยาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญ เป็นต้น  เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเข้าไปทำลายเซลล์และส่วนต่างๆ เกิดเป็นปัญหาความเสื่อมสภาพขึ้นมาได้ นอกจากนั้นอนุมูลอิสระยังเป็นตัวการร้ายที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย โดยยิ่งอายุมากขึ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงยิ่งกำจัดอนุมูลอิสระได้น้อยลงตามไปด้วย ผลลัพธ์ก็จะแสดงออกมาทางผิวพรรณได้อย่างชัดเจน เช่น ผิวเหี่ยวย่น มีริ้วรอย หน้าหมองคล้ำ มีจุดด่างดำ เป็นต้น

ผลัดเซลล์ผิวด้วย Carbon Peel Laser 

นวัตกรรมเลเซอร์หน้าใสที่ผสานเอาคุณสมบัติเด่นของผงคาร์บอนบริสุทธิ์ ที่สามารถดูดซับสิ่งสกปรก ดีท็อกซ์รูขุมขน และเป็นตัวกลางนำแสงเลเซอร์ได้ดี โดยผงคาร์บอนที่ทาลงบนผิวหน้าจะเข้าไปแทรกอยู่ระหว่างชั้นผิวและจะดูดซับพลังงานความร้อนจากเลเซอร์จนเมื่อถึงในจุดหนึ่งจะเกิดการแตกตัวป็นอนุภาคเล็กๆ ทำให้สิ่งสกปรก เซลล์ผิวเก่า หรือสิ่งที่อุดตันในรูขุมขนหลุดออกมาอย่างง่ายดาย รูขุมขนจึงกระชับข้น ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ หน้ากระจ่างใส พร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ร่างกายของเรานั้นมีตัวแปรมากมายที่ทำให้ระบบการทำงานภายในเกิดการเสื่อมสภาพลง ส่งผลกระทบไปจนถึงเรื่องของผิวพรรณที่ทรุดโทรมลง การช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อช่วยคงความอ่อนเยาว์และผิวที่แข็งแรงสุขภาพดีให้อยู่กับเราไปได้ตลอด เปิดผิวให้พร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่อีกด้วย หากต้องการเคลียร์ผิวสวย กระจ่างใส รูขุมขนกระชับขึ้น ด้วย Carbon Peel Laser เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรายบุคคล) หน้าไม่ช้ำ ไม่มีแผล ไม่ตกสะเก็ด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถทักเข้ามาปรึกษาและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เดอะภู แบงค็อก คลินิก (The Phu Bangkok Clinic) ได้เลยนะคะ เพราะที่นี่ใช้เครื่องเลเซอร์ที่เป็นของแท้ ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงมั่นใจในผลลัพธ์ที่ดีหลังทำและปลอดภัย อยากหน้าใส ผิวเนียนสวย ทักเข้ามาเลยนะคะ

The post Carbon Peel Laser ผลัดเซลล์ผิว หน้ากระจ่างใส appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Carbon Peel Laser ทำไมต้องทำ? ดีต่อผิวอย่างไร? https://thephubangkokclinic.com/carbon-peel-laser-good-for-skin/ Wed, 25 Oct 2023 10:10:30 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10831 Carbon Peel Laser ทำไมต้องทำ? ดีต่อผิวอย่างไร?

The post Carbon Peel Laser ทำไมต้องทำ? ดีต่อผิวอย่างไร? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Carbon Peel Laser ทำไมต้องทำ ดีต่อผิวอย่างไร

Carbon Peel Laser ทำไมต้องทำ ในวงการความงามนั้นมีการพัฒนานวัตกรรม เทคนิค และเทคโนโลยีมากมาย ที่จะเข้ามาดูแล ฟื้นฟู และซ่อมแซมผิวให้กลับมาผิวสวยใส หน้าเด็กอยู่กับเราไปนานๆ โดยหนึ่งในนั้นคือการใช้ Carbon บริสุทธิ์ ร่วมกับเลเซอร์ผิวใสควบคู่กัน นั่นก็คือ Carbon Peel Laser ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผิวให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เป็นวิธีผลัดเซลล์ผิวที่ให้ผลลัพธ์ดี ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง ซึ่งในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับประโยชน์ของการนำคาร์บอนมาช่วยจัดการเรื่องของปัญหาผิว ว่าสามารถช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง? และทำไมคาร์บอนจึงถูกนิยมนำมาใช้เกี่ยวกับเรื่องของความงาม 

คาร์บอนพีลเลเซอร์ (Carbon Peel Laser) ทำไมต้องทำ มีประโยชน์อะไรบ้าง?

หลายคนคงจะสงสัยว่า เอ๊ะ! เจ้าคาร์บอนเนี่ยสามารถช่วยเรื่องผิวพรรณได้จริงหรือ เพราะมักจะถูกมองว่าเป็นของที่ไม่มีประโยชน์ เป็นของเสียที่ไม่มีใครต้องการ แต่จริงๆ แล้วมีประโยชน์มากและถูกนำมาใช้กับเรื่องของความงามมานานแล้วโดยบางครั้งเราก็ไม่ทันสังเกต เช่น พวกมาส์กหน้าชาโคล ผงถ่านพอกหน้า เป็นต้น โดย Carbon ที่ถูกนำมาใช้ในวงการความงามนั้นเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี สามารถสัมผัสกับผิวได้ มีความปลอดภัยต่อผิว ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง 

ดูแลรูขุมขน เนื่องจากในรูขุมขนมีสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ คาร์บอนมีคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับสิ่งสกปรก สารพิษ และสิ่งต่างๆ ออกจากรูขุมขน จึงทำให้รูขุมขนเล็กลง กระชับมากขึ้น ผิวเรียบเนียน 

ดูดซับความมันส่วนเกิน จากคุณสมบัติการดูดซับของคาร์บอน ทำให้ช่วยจัดการปัญหาความมันส่วนเกินบนใบหน้า

จัดการต้นตอการเกิดสิว เพราะสามารถช่วยดูดซับความมันและสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน ที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว จึงสามารถช่วยลดการเกิดสิวให้น้อยลงได้

ทำไมคนถึงนิยมใช้ มาส์กหน้าคาร์บอน

Carbon Mask คืออีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเลือกใช้กันมากในท้องตลาด ถูกพัฒนาต่อยอด ใส่ส่วนผสมอื่นๆ เข้ามาเพื่อให้เป็นสูตรเฉพาะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ถึงปม้จะมีสูตรหลากหลาย แต่ส่วนประกอบหลักก็ยังคงเป็น คาร์บอน ยืนพื้นไว้ค่ะ เพราะด้วยคุณสมบัติของการดูดซับสารพิษ ดูดสิ่งสกปรก และช่วยดีท็อกซ์รูขุมขน เรียกว่าเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนรับการบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เพราะเมื่อเซลล์ผิวเก่าหลุดออก รวมถึงรูขุมขนสะอาดไม่มีสิ่งตกค้าง จะทำให้สารบำรุงลงเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

Carbon Peel Laser ช่วยเรื่องอะไร?

ด้วยประโยชน์ต่างๆ ของคาร์บอนที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ จึงทำให้ถูกนำมาใช้ร่วมกับเลเซอร์เพื่อช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาผิวได้มากขึ้น และตรงจุดมากยิ่งขึ้น เป็นอีกวิธีที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ เพราะไม่เกิดการระคายเคืองผิวเหมือนการใช้สารเคมี

  • แก้ปัญหาสิวให้ลดลง
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออก
  • ผิวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ
  • ผิวเรียบเนียนมากขึ้น
  • ลดเลือนรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากสิวให้ตื้นขึ้น
  • สามารถทำได้ทุกสีผิว
  • เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
  • ไม่ระคายเคืองผิว ไม่มีสะเก็ด ไม่เจ็บ ผิวไม่บวมช้ำ สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

Carbon Peel laser คือ อีกหนึ่งนวัตกรรมปรับผิวใส หน้าเนียนสวย ด้วยพลังงานเลเซอร์และผงคาร์บอนบริสุทธิ์ โดยจะดูดซับความร้อนจากพลังงานเลเซอร์เอาไว้เมื่อถึงในระดับหนึ่งคาร์บอนจะแตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ ช่วยให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกไปได้ง่ายมากขึ้น เป็นการผลัดเซลลืผิวโดยที่ไม่ทำให้ผิวระคายเคืองเหมือนการใช้สารเคมีหรือการสครับหน้าแบบทั่วไป ผิวจึงกระจ่างใส หน้าเนียนสวย รูขุมขนกระชับ หน้าละเอียดขึ้น ผิวพร้อมรับการบำรุงได้เต็มประสิทธิภาพ แต่งหน้าติดทนมากขึ้น หากต้องการดูแลผิวหน้าให้เนียนใส ดูเด็กลง สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมกับ เดอะภู แบงค็อก คลินิก (The Phu Bangkok Clinic) ได้เลยนะคะ ดูแลทุกเคสโดยทีมแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ใช้เครื่องเลเซอร์และผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นของแท้ มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน คัดสรรสูตรเฉพาะเพื่อคนไข้ของเดอะภูเท่านั้น  ทำให้มั่นใจทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการว่าจะได้รับผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมา เรื่องของผิวต้องรีบดูแล อย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามจนสายเกินแก้นะคะ

The post Carbon Peel Laser ทำไมต้องทำ? ดีต่อผิวอย่างไร? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Carbon Peel Laser เลเซอร์หน้าใส เพื่อผิวสวย ต้องผลัดเซลล์ผิว https://thephubangkokclinic.com/carbon-peel-laser-clear-face/ Wed, 25 Oct 2023 08:39:59 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10780 Carbon Peel Laser เลเซอร์หน้าใส เพื่อผิวสวย ต้องผลัดเซลล์ผิว

The post Carbon Peel Laser เลเซอร์หน้าใส เพื่อผิวสวย ต้องผลัดเซลล์ผิว appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Carbon Peel Laser เลเซอร์หน้าใส เพื่อผิวสวย ต้องผลัดเซลล์ผิว

Carbon Peel Laser เลเซอร์หน้าใส นวัตกรรมผลัดเซลล์ผิวที่ช่วยเคลียร์ผิวได้อย่างหมดจด ช่วยเปิดผิวให้พร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยโปรแกรม Carbon Peel Laser ที่สามารถช่วยให้การดูแลผิวเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น เผยผิวสวยหน้าใส คงความอ่อนเยาว์ให้คงอยู่กับเราไปได้ตลอด โดยการผสานคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการดูดซับสิ่งต่างๆ ของผงคาร์บอนบริสุทธิ์นำมาผสานเข้ากับคุณสมบัติเด่นของเลเซอร์ในเรื่องของการจัดการปัญหาผิวได้อย่างล้ำลึก หลายคนอาจจะสงสัยว่าผงคาร์บอนจะสามารถช่วยเรื่องผิวพรรณได้จริงหรือ? ถ้าอย่างนั้นเราไปทำความรู้จัก Carbon Peel Laser กันให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ

Carbon Peel Laser เลเซอร์หน้าใส คืออะไร?

อีกหนึ่งโปรแกรมดูแลผิวพรรณที่เข้ามาช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้พร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ ด้วยการใช้ผงคาร์บอนบริสุทธิ์ที่ถูกคัดสรรว่าปลอดภัยต่อผิวนำมาทาบนผิว โดยผงคาร์บอนจะซึมเข้าไปอยู่ระหว่างชั้นผิวหนัง เป็นตัวกลางรับพลังงานความร้อนจากเลเซอร์ที่ถูกปล่อยลงมาสู่ผิว เมื่อความร้อนสะสมในคาร์บอนถึงระดับหนึ่งจะเกิดการแตกตัวออกเป็นอนุภาคเล็กๆ ช่วยเสริมประสิทธิภาพของการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกและช่วยในเรื่องของการกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนให้หลุดออกไปง่ายขึ้น โดยที่หน้าไม่ช้ำ ไม่เบิร์น ไม่เกิดสะเก็ด สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ทำไมต้องใช้ผงคาร์บอน? ดีจริงไหม?

เราสามารถพบส่วนผสมของผงคาร์บอนได้ในหลายผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น โฟมล้างหน้า มาส์กหน้า สบู่ เป็นต้น โดยจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น คุณสมบัติของผงคาร์บอนจึงเน้นไปที่เรื่องของการทำความสะอาด เพราะสามารถช่วยดูดซับสิ่งสกปรก สารพิษ ดีท็อกซ์รูขุมขนให้สะอาดขึ้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ รูขุมขนกว้าง ผิวหยาบ เป็นต้น 

ทำไมต้องผลัดเซลล์ผิว?

เนื่องจากผิวของเรานั้นเมื่อถูกกระทบจากมลภาวะ สิ่งแวดล้อม รวมถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ผิวเสื่อมสภาพ ร่างกายจึงเกิดกระบวนการผลัดเซลล์ผิวขึ้นในทุกๆ 28 วัน โดยประมาณ เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าออกและสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ยิ่งอายุของเราเพิ่มมากขึ้นระยะเวลาของกระบวนการผลัดเซลล์ผิวจะยิ่งนานขึ้น ทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกได้ไม่หมดเกิดการอุดตันในรูขุมขน ขวางการการทำงานของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทำให้ซึมลงผิวได้ไม่ดี จงเกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และเกิดสิวขึ้นได้

Carbon Peel Laser ช่วยอะไรได้บ้าง?
ด้วยคุณสมบัติเด่นของคาร์บอนและพลังงานเลเซอร์ เมื่อรวมกันแล้วจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและดูแลผิวได้อย่างล้ำลึกมากขึ้น ไม่มีสะเก็ด ไม่มีเลือด ไม่เกิดแผล เพราะไม่ใช้เข็ม ไม่ใช่การผ่าตัด จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งโปรแกรม คาร์บอนเลเซอร์ สามารถช่วยในเรื่องผิวพรรณได้ดังนี้
  • กระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้ดีขึ้น
  • ช่วยดูดซับสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนให้หลุดออกไป
  • กระตุ้นคอลลาเจน ผิวเรียบนียน เต่งตึง
  • ผิวกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ หน้าเด็กลง
  • ลดเลือนจุดด่างดำและรอยสิว
  • รูขุมขนกระชับ ผิวละเอียดขึ้น
  • ควบคุมความมันส่วนเกินบนผิวหน้าให้ลดลง ต้นเหตุของการเกิดสิว
โปรแกรม Carbon Peel Laser เหมาะกับใคร?

โปรแกรมนี้สามารถทำได้กับทุกคน เพราะยิ่งอายุเพิ่มขึ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวของเราจะยิ่งนานมากขึ้น และประสิทธิภาพของการผลัดเซลลืผิวก็ทำได้น้อยลง ทำให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ สิวอุดตัน ปัญหาผิวพังลุกลามตามมาได้ จึงจำเป็นที่เราจะต้องช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยโปรแกรม Carbon Peel laser นอกจากจะทำได้ทุกคนแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่จำเป็นต้องทำโปรแกรมนี้แบบจริงจังอยู่ด้วยค่ะ

  • คนที่มีปัญหาเรื่องของการผลัดเซลล์ผิวได้ไม่ดี
  • คนที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง
  • คนที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ
  • คนที่มีปัญหาหน้ามัน
  • คนที่มีปัญหาสิว
Carbon Peel Laser ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

หลังทำสามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรก (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ – 1 เดือน ต่อการทำหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยและการออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเหมาะกับแต่ละเคสที่มีสภาพผิว ปัญหา และความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอโดยตรง จะได้รับรายละเอียดที่ครบถ้วนและดีที่สุดค่ะ

ผลลัพธ์หลังทำ Carbon Peel Laser คงอยู่ได้นานไหม?

ผลลัพธ์ผิวกระจ่างใส รูขุมขนกระชับ หน้าเนียนสวย จะคงอยู่ได้นานไหมนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคลและการดูแลตัวเองหลังทำด้วยค่ะ เพราะหากทำ คาร์บอนพีลเลเซอร์ ไปแล้วแต่ปล่อยปะละเลย ไม่ดูแล ไม่ป้องกัน ก็จะทำให้ปัญหาผิวกลับมาได้เหมือนเดิม และอาจจะกลับมาหนักกว่าเดิมได้อีกด้วย แต่หากดูแลเป็นอย่างดีผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน

ทำ Carbon Peel Laser ที่ไหนดี?

สำหรับการจะเลือกทำโปรแกรมนี้ต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดให้มาก โดยอาจจะเข้าไปปรึกษาที่คลินิกโดยตรงเพื่อที่จะได้เห็นบรรยากาศของคลินิก ได้ปรึกษากับคุณหมอจะได้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความเชี่ยวชาญ เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ โดยสามารถเช็กลิสต์ไปด้วยกันได้ดังนี้ค่ะ

คลินิกได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อ สะอาด แบ่งพื้นที่ห้องทำหัตถการเป็นสัดส่วน มีใบอนุญาติประกอบการอย่างถูกต้อง

แพทย์มีประสบการณ์สูง มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สามารถที่จะเข้าใจถึงโครงสร้างหน้า สภาพผิว ปัญหา รวมถึงความต้องการของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป

เครื่องเลเซอร์แท้ จะสามารถปล่อยคลื่นพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมา รวมถึงผงคาร์บอนบริสุทธิ์ที่ใช้เป็นของที่คัดสรรมาแล้วว่าปลอดภัยต่อผิว

พนักงานมืออาชีพ พนักงานที่คอยดูแลให้คำปรึกษาต้องมีความเป็นมืออาชีพ สามารถให้รายละเอียดและแนะนำให้เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด ดูแลติดตามเคสอย่างใกล้ชิด

มีรีวิวให้ดู สามารถที่จะขอดูรีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริงได้เพื่อประกอบการตัดสินใจ เพราะจะทำให้เห็นถึงผลลัพธ์หลังทำว่าเป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่ก่อนตัดสินใจเลือกทำ

รีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริง

อย่างที่บอกว่ารีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริงเป็นอีกตัวช่วยในการตัดสินใจ เพราะทำให้เราได้เห็นผลลัพธ์และฝีมือของคุณหมอได้ก่อนเข้าไปทำจริง เราจึงได้รวบรวมส่วนหนึ่งของรีวิวคนไข้จริงที่เข้ามารับบริการ Carbon Peel Laser เอาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ โดยจะสังเกตเห็นได้เลยว่าก่อนทำใบหน้ามีความหมองคล้ำ มีจุดด่างดำ หลังทำอย่างต่อเนื่องผิวจะเริ่มดีขึ้น กระจ่างใส เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ ไม่มีจุดด่างดำ มากวนใจเหมือนแต่ก่อนแล้วค่ะ

การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลหลังทำ

การจะทำหัตถการใดๆ ก็ตามนั้น เรื่องของการเตรียมตัวก่อนทำและดูแลตัวเองหลังทำ เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพราะจะช่วยให้ไม่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พงประสงค์ ทั้งยังช่วยคงผลลัพธ์ให้อยู่นานมากขึ้นไปอีก โดยจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันค่ะ

เตรียมตัวก่อนทำ

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดมากเกินไปจนอาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวช้ำ หน้าบวมแดงขึ้นได้ค่ะ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหรือการโดนแดดจัดๆ เป็นเวลานานๆ เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการถูกทำร้ายก่อนทำเลเซอร์
  • งดการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว เพราะจะทำให้ผิวบาง เกิดการอ่อนแอ เมื่อทำเลเซอร์อาจส่งผลทำให้ผิวเกิดความระคายเคืองหลังทำได้ค่ะ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ ให้เพียงพอต่วัน 1- 2 ลิตร

ดูแลตัวเองหลังทำ

  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม เพื่อป้องกันอาการระคายเคือง
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ 1 – 2 ลิตรต่อวัน เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวมากขึ้น
  • หมั่นทามอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อกักเก็บน้ำในผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น ทั้งยังช่วยลดอาการระคายเคืองได้อีกด้วย
  • งดการสัมผัส กด นวด หรือถู แรงๆ เพื่อไม่ให้ผิวเกิดความบอบช้ำทำให้เกิดความระคายเคืองมากขึ้น
  • งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิวหรือการสครับผิว ในช่วงแรกหลังทำ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผิวถูกทำร้ายจนนำมาสู่ปัญหาผิวต่างๆ ตามมา

มาถึงตรงจุดนี้ หลายคนคงมีข้อสงสัยกันหลายอย่างเลยใช่ไหมคะ เราจึงได้รวบรวมเอาส่วนหนึ่งของคำถามที่ถูกถามเข้ามากันมากเอาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ แต่หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆ สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับแอดมินได้เลยนะคะ

สามารถทำได้ค่ะ แต่จะต้องให้คุณหมอเป็นผู้วินิจฉัยและวางแผนเพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล โดยคุณหมอจะเป็นผู้วางลำดับของการทำหัตถการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หรือเลือกโปรแกรมดูแลผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว ปัญหา และความต้องการที่แตกต่างกันออกไปของคนไข้แต่ละคนให้เหมาะสมที่สุดค่ะ

ไม่เจ็บค่ะ แต่ในรายที่ผิวไวต่อความรู้สึกอาจจะรู้สึกจี๊ดๆ ได้เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล

ไม่อันตรายค่ะ เพราะเป็นผงคาร์บอนบริสุทธิ์ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีเป็นเกรดที่สามารถใช้ในวงการความงามได้โดยไม่ทำให้เกิดความระคายเคืองขึ้นกับผิว

สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผิวได้ค่ะ แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล โดยหากทำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของคุณหมอผลลัพธ์จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการดูแลตัวเองหลังทำที่ดีก็จะยิ่งช่วยคงผิวสวย หน้าใส ดูเด็กไปตลอดเลยค่ะ

Carbon Peel Laser ถือได้ว่าเป็นอีกหัตถการหนึ่งที่ช่วยเคลียร์ผิวให้สะอาดเกลี้ยงเกลา พร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผิวจึงกระจ่างใส เรียบเนียน ผิวละเอียด รูขุมขนกระชับ หน้าใส ไร้จุดด่างดำ หากต้องการปรับผิวหน้าให้เนียนใส ไร้จุดด่างดำ รูขุมขนกระชับ สามารถทักเข้ามาปรึกษาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ เดอะภู แบงค็อก คลินิก (The Phu Bangkok Clinic) เพราะที่นี่ใช้เครื่องเลเซอร์ที่เป็นของแท้ ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองคุณภาพในระดับสากล ดูแลโดยทีมแพทย์มากประสบการณ์

The post Carbon Peel Laser เลเซอร์หน้าใส เพื่อผิวสวย ต้องผลัดเซลล์ผิว appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว? https://thephubangkokclinic.com/collagen-and-elastin/ Wed, 25 Oct 2023 04:20:08 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10758 Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว?

The post Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว?

Collagen และ elastin ช่วยอะไร ดีต่อผิวอย่างไร การที่ผิวจะสวยสุขภาพดีดูเต่งตึงอ่อนเยาว์ได้อยู่ตลอดเวลานั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักของผิวอย่างคอลลาเจนและอีลาสติน ว่ามีความแข็งแรงสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าปัจจัยทั้งสองมีความเสื่อมสภาพ ไม่เต่งตึงเหมือนเคย ก็จะทำให้ผิวดูเหี่ยวย่น แก่กว่าวัยด้วย

Before After ผิวคนแก่

Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) คืออะไร?

คอลลาเจน

อลลาเจน เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง และเป็นหนึ่งในโครงสร้างเนื้อเยื่อของร่างกายเช่น ผิว กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หลอดเลือด กระดูก เป็นต้น  โดยในร่างกายของคนเรานั้นมีคอลลาเจนหลากหลายประเภท หน้าที่ของคอลลาเจนนั้น หลักๆ แล้วจะช่วยในเรื่องของการเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง อิ่มฟู และยังเข้าไปฟื้นฟูซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้ เมื่อร่างกายขาดคอลลาเจน ผิวก็จะอ่อนแอ ขาดความแข็งแรง เกิดริ้วรอย และปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา

อิลาสติน

ยังมีหลายคนเข้าใจผิดกันไปเยอะว่าอิลาสตินนั้นมีความคล้ายคลึงกับคอลลาเจน แต่จริงๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้แค่ทำงานคู่กันและมีความสำคัญต่อผิว โดยอิลาสตินนั้นจะเป็นส่วนที่ช่วยยึดเซลล์ให้เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบและกระจายตามเนื้อเนื่อที่เป็นจุดเชื่อมต่อตามอวัยวะ เช่น พวกข้อต่อต่างๆ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย โดยเมื่ออายุมากขึ้นอิลาสตินก็จะเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย และความหย่อนคล้อยตามมาได้

ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินเสื่อมสภาพ

อายุ

เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินเป็นสิ่งที่มีอยู่ในร่างกายของเราตามธรรมชาติ ซึ่งถ้าขึ้นชื่อว่า ‘ตามธรรมชาติ’ ก็คือจะเสื่อมไปตามกาลเวลานั่นเอง จากที่ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินออกมาปกติสมบูรณ์ในวัยสาว ก็จะลดลงเมื่อเราอายุเพิ่มมากขึ้น ยิ่งถ้าคนในวัย 35 – 40 ปีขึ้นไป ประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินก็จะลดลง ในขณะที่อัตราการสลายคอลลาเจนยังเท่าเดิม ทำให้ความแข็งแรงของผิวลดลง เกิดเป็นริ้วรอย ความเหี่ยวย่น

ปัจจัยภายนอก

ข้อนี้เป็นภัยกับคอลลาเจนและอิลาสตินมากกว่าอายุเสียอีก เพราะต่อให้เราจะอายุเพียงแค่ 25 ปี แต่ถ้าหากปล่อยให้ปัจจัยภายนอกเข้ามาทำร้ายผิวได้ ก็จะทำให้ผิวแก่กว่าอายุจริง (หรือที่เข้าใจกันว่าหน้าแก่นั้นแหละ) โดยปัจจัยภายนอกหลักๆ ที่มีผลกับคอลลาเจนและอิลาสติน ได้แก่

แสงแดด : รังสียูวีที่มากับแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่เข้ามาทำลายและลดการสร้างคอลลาเจนกับอิลาสติน

น้ำตาล : น้ำตาลนั้นมีฤทธิ์ขัดขวางความสามารถในการซ่อมแซมผิวของคอลลาเจนและอิลาสติน

บุหรี่ : ในบุหรี่นั้นมีสารเคมีหลายอย่างที่เข้าไปขัดขวางการทำงานของคอลลาเจน และเข้าไปทำลายคอลลาเจนกับอิลาสตินด้วย

วิธีการป้องกันและเสริมสร้างคอลลาเจนกับอิลาสติน

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

แน่นอนว่าการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยในเรื่องของการบำรุงร่างกายแล้ว แต่ยังช่วยบำรุงผิวได้อีกด้วย แต่สำหรับใครที่ต้องการมุ่งเน้นการสร้างเสริมคอลลาเจนและอิลาสติน แนะนำให้รับประทานโปรตีนให้มาก เนื่องจากสารทั้งสองนั้นก็คือโปรตีนชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ ปลา หรือเป็นอาหารประเภทที่มีวิตามินสูง เช่น ผักหรือผลไม้ อะไรก็รับประทานได้ให้เพียงพอต่อร่างกายต้องการโดยไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมก็ได้

ทานน้ำตาลให้น้อยลง

ไม่แนะนำให้เลิกทานน้ำตาลไปเลยเพราะจะทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายรวน แต่อยากให้รับประทานน้ำตาลอย่างเหมาะสม เพราะถ้าหากรับประทานมากจนเกินไปจะทำให้โครงสร้างของคอลลาเจนและอิลาสติดเกิดการเปลี่ยนแปลงและลดน้อยลง ดังนั้นจึงต้องรับประทานน้ำตาลอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งของร่างกาย เราต้องหมั่นดื่มน้ำให้เยอะมากพอที่ร่างกายต้องการ เพราะน้ำอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย และคอลลาเจนกับอิลาสตินจำเป็นต้องใช้น้ำในการผลิตขึ้นมา

สรุป

ที่คอลลาเจนและอิลาสตินมีความสำคัญกับผิวก็เพราะว่าสารทั้งสองตัวนี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของผิว ถ้าหากผิวขาดคอลลาเจนและอิลาสตินไปก็จะทำให้เกิดผลเสียตามมามากมาย สุขภาพผิวแย่ลง เกิดริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย หน้าดูแก่กว่าวัยด้วย ซึ่งเราสามารถกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนและอิลาสตินได้ด้วยการปรับการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต ไม่ก็ลองทำหัตถการ Pora Cool เป็นนวัตกรรมกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ผลัดเซลล์ผิวเก่า ซ่อมแซมผิวให้แข็งแรง เพื่อเผยผิวสวยใสออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

The post Collagen (คอลลาเจน) และ elastin (อิลาสติน) ทำไมจึงสำคัญต่อผิว? appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ https://thephubangkokclinic.com/acne-don-want-to-have/ Tue, 24 Oct 2023 08:02:30 +0000 https://thephubangkokclinic.com/?p=10734 ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้

The post ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>
ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้

ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ สิวบุกมาเต็มหน้าไม่เว้นวัน ยิ่งเฉพาะในวันที่เราจะออกไปเที่ยว ไปเดท ก็ขยันขึ้นซะเหลือเกิน เคยสงสัยใช่มั้ยว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่ แต่จริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมักมีเหตุผลเสมอไม่ใช่ว่าจู่ๆ สิวจะเกิดขึ้นมาได้แต่เราต้องเผลอไปทำร้ายผิวหน้าจนเกิดเป็นวงจรสิวขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

คนเป็นสิวแล้วกำลังส่องกระจก

ถ้าไม่อยากมีสิว ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า

ข้อนี้หลายคนอาจจะเผลอทำบ่อย เพราะมันเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ ที่ชอบเอามือไปจับใบหน้า แต่อยากให้รู้ว่าพฤติกรรมนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิวขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เพราะว่ามือของเรานั้นต้องไปสัมผัสกับสิ่งต่างๆ มากมาย ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่จะติดมากับมือนั้น เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ชักโครก โต๊ะเก้าอี้ พวกของใช้ที่อยู่ตามที่สาธารณะต่างๆ ถ้าหากเราสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้และใช้มือมาสัมผัสใบหน้า รับรองได้ว่าเชื้อโรคสิ่งสกปรกจะเข้ามาเกาะติดที่ผิวหน้าและเข้ามาอุดตันรูขุมขนจนเกิดสิวตามมา

ไม่ล้างหน้าก่อนเข้านอน

เราเข้สใจว่าทุกๆ วันที่ออกไปทำงาน หรือออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ต้องเจอการเดินทางหลายชั่วโมง และเมื่อถึงห้องเราก็อยากนอนหลับพักผ่อนเป็นธรรมดา แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเราออกไปข้างนอกตลอดทั้งวันเราต้องเจอกับสิ่งสกปรกและมลภาวะต่างๆ มากมาย ยังไม่รวมสารเคมีจากเครื่องสำอางที่เราแต่งหน้าออกไป เรียกได้ว่าใบหน้าตอนนี้เป็นแหล่งรวมเหงื่อ ความมัน ฝุ่นควัน สิ่งสกปรกมากมาย ดังนั้นเราควรจะล้างหน้าทำความสะอาดให้เกลี้ยงเกลา ไม่อย่างนั้นสิวมาเยี่ยมแน่ๆ

ลดของหวานและของทอด

รู้ว่ามันอร่อยจนเกินห้ามใจ แต่หารู้ไม่ว่าของหวานและของทอดนั้นเป็นแหล่งเกิดสิวชั้นดีเลยก็ว่าได้ ถ้าหากอยู่ในช่วงที่ต้องการลดการเกิดสิว เพื่อเตรียมหน้าออกงาน หรืออยู่ในช่วงรักษาสิวอยู่ ของเหล่านี้เราต้องงดรับประทานหรือรับประทานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีส่วนไปกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่าย เพราะน้ำตาลปริมาณสูงจะทำให้เซลล์เกิดการอักเสบและกลายเป็นสิว โดยถ้าหากรู้สึกว่าขาดหวานไม่ได้ให้รับประทานผลไม้รสหวานทดแทน จะช่วยลดความอยากหวานและบำรุงผิวได้

ห้ามใช้ปลอกหมอนสกปรก

สิ่งที่สัมผัสใบหน้าของเราในทุกๆ วันนอกจากมือ เป็นสิ่งที่ใครหลายคนอาจจะมองข้ามมันไปแต่จริงๆ แล้วไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ “ปลอกหมอน” เรียกได้ว่า ปลอกหมอนนั้นเป็นสิ่งที่สัมผัสใบหน้าของเราอยู่ตลอดทั้งคืน ต่อให้เราดูแลใบหน้าอย่างดีแค่ไหน แต่ถ้าปลอกหมอนมีความสกปรก ก็สามารถทำให้สิวขึ้นบนใบหน้าได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น เราต้องหมั่นซักทำความสะอาดหรือเปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่อยู่บนปลอกหมอน ซึ่งจริงๆ แล้วควรซักทั้งชุดที่นอน ทั้งหมอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง รวมไปถึงผ้าเช็ดตัวด้วย

ห้ามบีบสิว หรือกดสิวด้วยตัวเอง

เวลามีสิวขึ้น ก็เข้าใจว่ามันคันมือ อยากจะแกะ อยากจะเกา อยากจะบีบให้หัวมันหลุดอออกมา เพื่อให้สิวนั้นมันยุบเร็วๆ แต่การบีบสิวด้วยตัวเองนั้นอาจจะทำให้ผิวของเราระคายเคือง อักเสบ มีรอยสิวทิ้งไว้บนใบหน้า กว่าจะรักษาให้หายได้ก็ใช้เวลานาน ยิ่งถ้าหากเราบีบสิวออกมาไม่หมด สิวก็ไม่หาย อีกทั้งแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่อยู่บนมือหรือในเล็บ ไปกระตุ้นให้เกิดสิวซ้ำซ้อนอีก

งดใช้เครื่องสำอาง/สกินแคร์ที่ระคายเคืองผิว

บางคนที่ทดลองใช้เครื่องสำอางหรือครีมใหม่ แล้วก็รู้สึกว่าอุ้ยใช้แล้วหน้าดีจริง แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ กลับมีสิวเห่อ สิวขึ้น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ว่าอาจมาจากเครื่องสำอางหรือครีมใหม่ที่เราเพิ่งซื้อมา ไม่ใช่เพราะว่าแบรนด์ของเขาไม่ได้ไม่มีคุณภาพ แต่ผิวหน้าของเราอาจจะไม่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ก็ได้

สรุป

นี่คือข้อแนะนำหลักๆ ที่เราอยากมาแบ่งปันเพื่อให้สาวๆ ได้มีผิวหน้าเนียนใสไร้สิวกวนใจ เพราะนอกจากการใช้ครีมบำรุงหรือครีมแต้มลดสิวที่จะช่วยได้แล้วนั้น การรักษาผิวหน้าและการป้องกันการเกิดสิวนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะต่อให้ใช้ครีมแพงแค่ไหนแต่ยังปล่อยให้สิ่งสกปรกมาอยู่บนใบหน้าก็ไม่สามารถหยุดวงจรการเกิดสิวได้ เมื่อทำ Pola Cool ควบคู่กันกับการป้องกันแล้วก็จะช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี เพราะนวัตกรรมนี้ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหน้าและสิว  ทำให้สิวแห้งและลดการอักเสบของสิวได้เป็นอย่างดี

The post ถ้าไม่อยากมีสิว ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ appeared first on The Phu Bangkok clinic.

]]>